“ชุดหลงเฟิ่ง?” สาวใช้ส่ายหน้าและทำสีหน้าว่างเปล่า “เหมือนไม่เคย……ได้ยินมาก่อนเลยค่ะคุณหนู……”
อิโตะ นานาโกะยิ้มพลางกล่าวว่า “ชุดหลงเฟิ่งเป็นชุดประเภทหนึ่งที่สตรีหัวเซี่ยสืบทอดต่อกันมา โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นสีแดงหรือไม่ก็สีทอง และมักจะปักลายฉลุงามวิจิตรไว้ด้านบน ทั้งหรูหราและสวยงามมาก และเมื่อเร็วๆ นี้ยังมีชุดอีกเป็นชุดซิ่วเหอแบบปรับให้ดีขึ้น ชนิดนี้ก็สวยมากเช่นกัน ใส่แล้วดูยิ่งใหญ่มาก”
สาวใช้กล่าวด้วยสีหน้าว่างเปล่า “คุณหนู เวลาที่สตรีญี่ปุ่นแต่งงาน……ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดแต่งงานของหัวเซี่ยก็ได้กระมัง……มันออกจะดูแปลกไปหน่อย……”
อิโตะ นานาโกะส่ายหน้าอย่างทะเล้นพลางกล่าวอย่างเขินอาย “หากแต่งงานกับคนญี่ปุ่น ก็ต้องใส่ชุดกิโมโนอยู่แล้ว แต่ถ้าแต่งงานกับคนหัวเซี่ยก็ต้องใส่ชุดของคนหัวเซี่ยถึงจะเหมาะสม อีกอย่างคำสุภาษิตโบราณก็กล่าวเอาไว้ว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม แน่นอนว่าเราก็ต้องปรับตัวตามประเพณีของฝ่ายชาย”
“ห๊า?!” สาวใช้ตกใจจนแทบจะพูดไม่ออก “คุณหนู คุณท่านอนุรักษ์นิยมขนาดนั้น หากคุณหนูแต่งงานกับคนหัวเซี่ย คุณท่านคงโกรธคุณหนูมากแน่”
ระหว่างที่กล่าว สาวใช้ก็รู้สึกว่าตัวเองน่าจะพูดอะไรบางอย่างผิดไปจึงรีบตบปากตัวเองพลางกล่าวโทษตัวเอง “ขอโทษค่ะ ขอโทษ หนูก็แค่เปรียบเทียบเท่านั้น…….”
อิโตะ นานาโกะอมยิ้มแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า “ถ้าเราได้แต่งงานกับคนที่เราอยากแต่งงานด้วย ท่านพ่อจะต้องดีใจมากกว่าเราแน่นอน”
สาวใช้อดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “คุณหนู……พูดแบบนี้ แสดงว่ามีคนในใจแล้วใช่หรือไม่คะ”
อิโตะ นานาโกะเหล่มองนางแล้วกล่าวว่า “อย่ามาเดาส่งๆ น่า มีเวลาว่างก็ไปเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวหัวเซี่ยเอาไว้บ้าง วันหน้าอาจจะมีประโยชน์บ้าง”
สาวใช้รีบพยักหน้าทันที “ได้ค่ะคุณหนู หนูจะต้องไปเรียนรู้ให้มากๆ……”
ทานากะ โคอิจิจึงพยักหน้าอย่างนอบน้อม “เมื่อครู่นี้คุณท่านรู้สึกเหนื่อยก็เลยขอตัวกลับมาพักผ่อนที่ห้องก่อนครับ”
อิโตะ นานาโกะถามเขาว่า “ได้ยินคุณอาบอกว่าทานากาซังเล่นปิงปองเป็นเพื่อนท่านพ่อใช่ไหมคะ เหมือนว่าท่านพ่อจะไม่ได้จับไม้นานแล้ว เป็นอย่างไรบ้างคะ ยังเล่นสนุกอยู่ไหม”
ทานากะ โคอิจิยิ้มเฝื่อนๆ พลางตอบว่า “ตอนแรกก็ดีอยู่หรอก แต่พอเล่นไปได้สักพักท่านก็พูดออกมาว่าใช้รถเข็นอัตโนมัติวิ่งอ้อมโต๊ะไปมามันดูตลกมาก จึงไม่อยากเล่นต่ออีกแล้ว”
ระหว่างที่พูดเขาก็ยกไม้ปิงปองขึ้นมาแล้วกล่าวอย่างลำบากใจ “คุณท่านยังโยนไม้ปิงปองที่ตอนเองรักมากที่สุดทิ้ง โชคดีที่ไม่หัก ยี่ห้อนี้เลิกผลิตไปตั้งนานแล้ว”
อิโตะ นานาโกะพยักหน้าเบาๆ แล้วทอดถอนใจ “ตอนนี้ท่านพ่อกลายเป็นคนแก่ที่มีอารมณ์แปรปรวณไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่วันนี้เขาเพิ่งจะอายุครบ 50 ปีเต็ม……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...