เพียงแค่ตอนนี้ชุดยูกาตะพวกนี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ชอบไม่ลง
เหตุผลนั้นเรียบง่าย เขาไม่เหลือขาทั้งสองข้างแล้ว ชุดแบบนี้ไม่ว่าจะใส่อย่างไรก็ไม่สามารถได้อรรถรสแบบเดิมที่ควรจะเป็นได้อีกแล้ว
นางาฮิโกะ อิโตะถึงขั้นคิดว่าตนเองในตอนนี้ไม่เหมาะสมกับชุดยูกาตะที่ประณีตแบบนี้ เขาคิดว่าหากตนเองใส่ชุดยูกาตะชุดนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับฝรั่งร่ำรวยที่ใส่ชุดสูทเพียงครึ่งตัวบน ส่วนด้านล่างใส่แค่กางเกงชั้นในตัวเดียวที่ดูตลกและเสียมารยาท
ดังนั้นถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะรู้แล้วว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องเปลี่ยนชุดเพื่อไปร่วมงานฉลองวันเกิดแล้ว เขาก็ยังคงไม่อยากให้คนรับใช้มาเปลี่ยนชุดให้เขา
เขานั่งอยู่บนวีลแชร์คนเดียวและมองชุดยูกาตะชุดนั้นพลางร้องไห้
ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ และก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา “ท่านพ่อ นานาโกะมาพบท่านพ่อค่ะ พ่อสะดวกให้เขาไปไหมคะ”
นางาฮิโกะ อิโตะรีบเช็ดน้ำตา จากนั้นใช้มือหมุนล้อรถวีลแชร์เพื่อให้วีลแชร์เปลี่ยนทิศทางหันหลังให้ชุดยูกาตะที่แขวนอยู่บนกำแพงนั้น จากนั้นจึงกล่าวเสียงเรียบเฉยว่า “อ่า นานาโกะเองหรือ เข้ามาสิ”
อิโตะ นานาโกะเปิดประตูเบาๆ และถอดรองเท้าเอาไว้ด้านนอกแล้วเดินเข้ามาด้านใน
นางาฮิโกะ อิโตะเห็นอิโตะ นานาโกะแต่งตัวเต็มรูปแบบราวกับเทพธิดาเช่นนี้ เขาจึงกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกภูมิใจ “นานาโกะ พ่อทนรอวันที่จะได้เห็นลูกแต่งงานไม่ไหวแล้ว ลูกจะต้องสวยกว่านี้แน่ เกรงว่าในตอนนั้นคนทั่วทั้งญี่ปุ่นจะต้องตกตะลึงในความงามของลูก!”
อิโตะ นานาโกะยังพูดต่ออีกว่า “ยังไงท่านพ่อก็คงไม่อยากเห็นหนูแต่งงานในช่วงเวลาทองนี้กับคนที่หนูไม่ได้รักแน่ หลังจากนั้นพ่อก็จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของหนูแต่กลับเห็นหนูแอบร้องไห้อยู่คนเดียว”
นางาฮิโกะ อิโตะพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ลูกพูดถูก ไม่ว่ายังไง พ่อก็อยากเห็นลูกใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุขมากกว่า”
อิโตะ นานาโกะยิ้มอย่างจริงใจ เมื่อหันไปเห็นชุดยูกาตะที่แขวนอยู่บนกำแพงก็อมยิ้มขึ้นอีกแล้วกล่าวว่า “ท่านพ่อคะ แม้ว่าชีวิตของเราจะขาดครึ่งชีวิตของเราไปแล้ว แต่ขอแค่เราสามารถจัดการอารมณ์ความรู้สึกได้และจัดลำดับชีวิตให้ดี เราก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ก็ไม่ต่างกับเรื่องที่ท่านพ่อเสียขาทั้งสองข้างไป ขอเพียงแค่พ่อจัดการกับความคิดให้ดี ท่านพ่อก็ยังคงใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้นะคะ”
จากนั้นยังกล่าวต่ออีกว่า “ชุดยูกาตะชุดนี้ของท่านเป็นชุดที่ดีที่สุดแล้วตั้งแต่ที่หนูเคยเห็นมา แม้ว่าทื่านพ่อจะเสียขาไปแล้ว แต่หนูเชื่อว่าท่านพ่อใส่ออกมาก็จะยังคงดูสง่างามเหมือนเดิม ถ้าพ่อเปลี่ยนมาใส่ชุดยูกาตะนี้แล้วหนูยังอยากถ่ายรูปคู่กับท่านพ่อสักใบและส่งให้กับนักข่าวที่ชอบทำข่าวตระกูลอิโตะของเราเลยค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...