ดังนั้นเย่เฉินจึงพาซูรั่วหลี เฉินจื๋อข่ายรวมทั้งหงห้ามุ่งหน้าไปที่ห้องพักผ่อนที่อยู่ด้านข้าง
ส่วนเฟ่ยเข่อซินนั้นก็รีบเรียกเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านการแช่แข็งมาทันที โดยให้เจ้าหน้าที่รีบถ่ายไนโตรเจนเหลวออกจากถังหมายเลข7 ให้หมด
เจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านการแช่แข็งได้ยินเช่นนี้สีหน้าพลันซีดเผือด และพยายามอธิบายว่า “คุณหนูเฟ่ย ตอนนี้การแช่แข็งร่างมนุษย์อยู่ในขั้นที่สามารถแช่แข็งมนุษย์ได้เพียงอย่างเดียว พวกเราสามารถแช่แข็งมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย แต่ยังไม่รู้วิธีการที่จะละลายได้อย่างปลอดภัย หากถ่ายไนโตรเจนเหลวออกเกรงว่าจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากกับร่างที่อยู่ในถัง……”
เฟ่ยเข่อซินกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “เรื่องนี้คุณไม่ต้องกังวลไป คุณแค่ทำหน้าที่นำไนโตรเจนเหลวออกมา แล้วก็เอาร่างของเขาเข้าไปแช่ในน้ำอุ่นก็พอแล้ว”
เจ้าหน้าที่รับผิดชอบได้ยินดังนั้นก็ได้แต่อ้าปากค้างก่อนจะเอ่ยปากว่า “คุณหนูเฟ่ย……คือ……นี่มันไม่ได้ง่ายเหมือนการเอาเนื้อก้อนหนึ่งออกมาจากตู้เย็นแล้วแช่น้ำนะ……”
เฟ่ยเข่อซินกล่าวเรียบๆ ว่า “คุณแค่ทำตามคำสั่งก็พอแล้ว”
ผู้รับผิดชอบจนปัญญาได้แต่รับคำ
จากนั้น คนงานก็หยุดการทำงานระบบหมุนเวียนไนโตรเจนเหลวของระบบถังหมายเลข 7 จากนั้นใช้แรงดันขับไนโตรเจนเหลวที่อยู่ด้านในถังออกมา
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ที่สวมใส่ชุดกันความเย็นสี่คนก็นำตัวหลี่ญ่าหลินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าติดลบสองร้อยองศาออกมาจากถังแช่แข็ง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งก็ได้ใช้น้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อในอ่างน้ำเรียบร้อยแล้ว โดยได้เตรียมน้ำสะอาดที่มีอุณหภูมิอุ่นเอาไว้ เมื่อหลี่ญ่าหลินถูกส่งตัวมาก็จะนำร่างมาทำความสะอาดในอ่างนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะใส่ชุดสำหรับแช่แข็งให้เขา แล้วใช้เวลาถึงสองวันสองคืนในการทำร่างให้เย็นลง โดยค่อยๆ ทำให้ร่างมีอุณหภูมิเย็นลงเรื่อยๆ จนติดลบสองร้อยองศา
ทว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ต่างไม่มีใครคาดคิดว่า ตอนนี้พวกเขาจะตัดสินใจใช้วิธีการที่บ้าระห่ำแบบนี้เพื่อละลายหลี่ญ่าหลิน
เฟ่ยเข่อซินพยักหน้าแล้วมองกลุ่มเจ้าหน้าที่เดินออกจากสถานที่แห่งนั้นไป
ในขณะที่นางตั้งใจว่าจะไปตามเย่เฉินก็คิดไม่ถึงว่า เย่เฉินได้เดินออกมาจากห้องรับรองแล้ว
เฟ่ยเข่อซินมองไปที่หลี่ญ่าหลินที่ลอยอยู่ในน้ำผสมโลหิต และกล่าวกับเย่เฉินอย่างตระหนกว่า “คุณเย่คะ……อาการของหลี่ญ่าหลินไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นะคะ……”
เย่เฉินกล่าวเรียบๆ ว่า “ไม่ต้องสนใจ ขอแค่สมองของเขาไม่ได้รับการกระทบกระเทือนก็พอ”
ที่เย่เฉินให้ใช้วิธีบ้าระห่ำในการทำละลายหลี่ญ่าหลินด้วยการแช่น้ำอุ่น เป็นเพราะว่าประสิทธิภาพของยาก่อใหม่ที่จะทำให้เขากลับมาเป็นอย่างเดิมได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...