“ไม่อยากรู้จัก?” หลี่ญ่าหลินขมวดคิ้วแต่ในใจก็คิดเช่นกันว่า ก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจอะไรที่เย่เฉินจะไม่อยากเจอ เพราะว่าเขาเคยได้ยินอันโฉงชิวเล่าว่าคุณท่านใหญ่ของตระกูลอานไม่ค่อยถูกชะตากับเย่ฉางอิงเท่าไหร่นัก หากตนเป็นเย่เฉิน ถ้าตาไม่ชอบหน้าพ่อ เขาก็คงไม่อยากรู้จักตาเหมือนกัน
ในตอนนั้นหลี่ญ่าหลินก็คิดบางอย่างออกจึงรีบโพล่งถามออกไปทันทีว่า “เมื่อกี้นายบอกว่าตอนที่ฉันเกิดเรื่อง นายอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย อย่างนั้นนายก็ต้องรู้สิว่าตากับยายของนายก็อยู่ที่นั่นด้วย แถมคนที่ฆ่าฉันก็ต้องมุ่งหน้าไปหาพวกเขาต่อ แล้วตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง?!”
เย่เฉินกล่าวอย่างไร้ความรู้สึก “ผมเป็นคนช่วยพวกเขา ส่วนคนร้ายที่ฆ่าคุณผมก็จัดการฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว”
หลี่ญ่าหลินถอนใจแล้วถามต่อไปอีก “ตระกูลอานไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
เย่เฉินตอบว่า “คนตระกูลอานไม่มีใครเป็นอะไร แต่น้าสะใภ้สามของผมกินยาฆ่าตัวตาย เพราะว่าเธอเป็นพวกเดียวกับผู้ร้ายพวกนั้น แถมพวกเขายังเป็นลูกน้องขององค์กรลับแห่งหนึ่งด้วย”
หลี่ญ่าหลินเบิกตากว้างพลางถามว่า “คุณพูดอะไรนะ นี่……จะเป็นไปได้ยังไง……แม้ว่าครอบครัวของต่งลี่ฉินจะสู้ครอบครัวของคุณตาของนายไม่ได้ แต่พ่อแม่ของเธอก็เป็นลูกครึ่งอเมริกัน-จีนที่มีทรัพย์สมบัติมาก อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีทรัพย์สินหลายร้อยล้าน เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลต่ง จะเป็นลูกน้องขององค์กรลับได้ยังไง”
เย่เฉินตอบอย่างไร้อารมณ์ “ต่อให้ครอบครัวของเธอมีเงินหลายร้อยหลานดอลล่าห์ แต่ก็คงเป็นได้แค่เครื่องมือบังหน้าขององค์กรนี้ และอาจจะถึงขั้นเป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น ความใหญ่โตขององค์กรนี้เหนือกว่าที่คุณจินตนาการเอาไว้มาก”
จากนั้นเย่เฉินจึงหยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “เรื่องนี้พูดไปก็ยาว ผมว่าคุณเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีหรือไม่ พวกเราเปลี่ยนสถานที่แล้วมานั่งคุยกันดีๆ ดีกว่า”
หลี่ญ่าหลินเองก็รู้สึกว่าการที่ตนต้องมานั่งอยู่ในอ่างที่ถ่ายน้ำออกไปจนหมดเช่นนี้ มันดูไม่สง่างามเอาเสียเลย
ดังนั้น เขาจึงเอ่ยถามอย่างเก้ๆ กังๆ ว่า “อย่างนั้น……พอจะมีเสื้อผ้าให้ฉันเปลี่ยนบ้างไหม……”
เย่เฉินพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “จะว่าไปแล้ว ผมก็มีเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณจริงๆ”
หลี่ญ่าหลินประสานมืออย่างคารวะ “คุณชายเย่ เชิญว่ามาเลย!”
เย่เฉินชูนิ้วสองนิ้วพลางกล่าวเรียบๆ ว่า “มีสองข้อ ข้อแรก หากคุณเดินออกไปจากห้องนี้แล้วห้ามบอกใครว่าเคยเจอผม หากมีคนถามโดยเฉพาะคนจากตระกูลอาน คุณก็ตอบเขาไปว่าคุณเองก็ไม่แน่ใจ หลังจากที่คุณตื่นขึ้นมาจากศูนย์แช่แข็งแล้ว ก็ถูกส่งตัวออกมาเลย”
หลี่ญ่าหลินถามด้วยความสงสัย “คุณชายเย่ คุณช่วยชีวิตคนตระกูลอานเอาไว้ ทำไมถึงไม่แนะนำตัวกับพวกเขาล่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...