มันคือความจริง คำพูดของคุณท่านมีเหตุผลมากกว่าเหตุผลของเขา
อานโฉงชิวที่อยู่ข้างๆ จึงกล่าวเตือนว่า “ญ่าหลิน อย่าลืมว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับเรื่องการยกฐานะทางสังคมของเลือดเนื้อตระกูลหลี่ด้วย ไม่ต้องพูดแล้ว แกก็รู้นิสัยของคุณท่านดี อย่าพยายามดื้อรั้นอีกต่อไปเลย”
หลี่ญ่าหลินนึกถึงคำพูดของคุณท่านที่พูดกับตนเองตอนที่อยู่ในห้องวีไอพีก่อนที่การแสดงจะเริ่มขึ้น
ให้ลูกของลูกสาวที่กำลงจะเกิดออกมาใช้นามสกุลหลี่ วิธีการนี้แม้ว่าจะหัวโบราณไปหน่อย แต่แน่นอนว่าตรงกับใจลึกๆ ของเขา
ถ้าอยากให้ตระกูลของตนเองสืบทอดต่อไป เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องใช้นามสกุลนี้ต่อไป หากสามารถทำเรื่องนี้ได้ ตอนที่ตนเองตายไปก็คงไม่รู้สึกละอายใจต่อบรรพบุรุษ
คิดไปคิดมาแล้ว เขาก็ประสานมือคารวะคุณท่านใหญ่แล้วกล่าวอย่างจริงใจว่า “คุณลุงอาน บุญคุณนี้ของท่าน ญ่าหลินจะจดจำเอาไว้ในใจ!”
อานฉี่ซานกล่าวอย่างจริงจังว่า “วันหลังก็ไม่ต้องพูดเรื่องใครมีบุญคุณต่อใครอีกแล้ว เวลาที่จะมาถึงในวันข้างหน้า พวกเราต้องช่วยเหลือกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน”
หลี่ญ่าหลินพยักหน้าอย่างหนักแน่น อานโฉงชิวที่อยู่ด้านข้างพลันนึกบางอย่างออก จึงกล่าวกับหลี่ญ่าหลินว่า “จริงสิญ่าหลิน ไม่กี่วันก่อนหน้านี้พี่สะใภ้มาที่นิวยอร์ก แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าเธอยังอยู่ที่นิวยอร์กไหม จะโทรไปถามเธอดีไหม”
หลี่ญ่าหลินรีบกล่าวว่า “ใช่ๆๆ นายช่วยถามให้หน่อยว่าเธออยู่ที่ไหน ถ้าเธออยู่ที่นิวยอร์ก ฉันจะไปหาเธอเดี๋ยวนี้เลย!”
“ได้สิ” หลังจากตอบรับคำ เขาก็ถามญ่าหลินอีก “ถ้าพี่สะใภ้อยู่ที่นิวยอร์ก ถ้าเธอถามว่าได้ข่าวคราวของคแกบ้างไหม จะให้ฉันพูดไปตามตรงหรือว่าโกหกไปก่อน แล้วให้แกกลับไปเซอร์ไพร์สเอง”
หลี่ญ่าหลินคิดก่อนจะเอ่ยปากว่า “ถ้าเธอถาม แกก็บอกเธอไปว่าหาเบาะแสได้แล้ว แต่อยากคุยกับเธอต่อหน้ามากกว่า แล้วแกก็นัดเจอกับเธอ ตอนนั้นฉันจะไปเซอร์ไพร์สเธอเอง”
อานโฉงชิวรีบกล่าวว่า “ไม่ครับ ผมเอาหัวเป็นประกันเลย มีข่าวดีครับ! พี่บอกเที่ยวบินมาได้เลย เรื่องอื่นไม่ต้องกังวลนะครับ”
น้ำเสียงตื่นเต้นของเฉินจุนเหมยเปลี่ยนเป็นสะอึกสะอื้น “ดีจังเลย……”
ระหว่างนั้นเธอก็หันไปพูดกับคนที่อยู่กับเธอว่า “หยวนหยวน ลุงอานโทรมาบอกว่ามีข่าวดีเกี่ยวกับพ่อของเรา!”
“จริงหรือคะ?!” ปลายสายมีเสียงของลูกสาวหลี่ญ่าหลินดังขึ้น เธอแย่งโทรศัพท์ไปแล้วถามอย่างตื่นเต้น “คุณลุงอาน ลุงไม่ได้หลอกพวกเราใช่ไหมคะ มีข่าวดีจริงๆ ใช่ไหมคะ”
อานโฉงชิวยิ้มพลางกล่าวว่า “หยวนหยวน ลุงเอาหัวเป็นประกันเลย หนูว่าเพียงพอไหม”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...