อานโฉงชิวพูดแซวว่า “ได้เลยญ่าหลิน เดี๋ยวนี้แกรู้จักทำอะไรโรแมนติกกับเขาบ้างแล้วนะ รอก่อน เดี๋ยวฉันจัดการให้!”
ตอนนี้นายหญิงใหญ่ยิ้มพลางเอ่ยว่า “พวกเราไปกินข้าวที่ห้องอาหารกันเถิด กินไปคุยไปดีกว่า!”
คุณท่านใหญ่ยิ้ม “ดี กินไปคุยไป!”
จากนั้นเขาก็หันไปมองเฟ่ยเข่อซินแล้วกล่าวว่าอย่างมีมารยาทว่า “คุณหนูเฟ่ยเป็นแขกคนสำคัญ เชิญก่อนได้เลยจ้ะ!”
เฟ่ยเข่อซินกล่าวอย่างปลื้มใจว่า “คุณท่านอานเกรงใจเกินไปแล้ว คุณท่านเป็นเจ้าตระกูลต้องเชิญคุณท่านก่อนค่ะ”
อานฉี่ซานกล่าวอย่างจริงจังว่า “คุณหนูเฟ่ยไม่ได้เป็นเพียงแขกคนสำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลอานด้วย คุณหนูไม่ต้องเกรงใจอะไรตระกูลอานอีกต่อไปแล้ว”
เขายังกล่าวต่อไปด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณหนูเฟ่ย สมองของฉันคงไม่ดีเหมือนเดิมแล้ว วันหน้าหากตระกูลเฟ่ยมีอะไรให้ตระกูลอานช่วยเหลือ หนูติดต่อข่ายเฟิงได้เลย ข่ายเฟิงมีหน้าที่รับผิดชอบติดต่อกับคนนอกตระกูลอยู่แล้ว หนูบอกแค่คำเดียว ตระกูลอานจะต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่!”
พูดจบก็หันไปมองข่ายเฟิง แล้วถามว่า “ข่ายเฟิง แกได้ยินที่ฉันพูดใช่ไหม”
พี่รองข่ายเฟิงกล่าวตอบออกมาทันที “พ่อวางใจได้เลย วันหน้าหากคุณหนูเฟิงเอ่ยปาก ตระกูลอานจะต้องทำตามความต้องการของคุณหนูเฟิงอย่างสุดความสามารถ!”
เฟ่ยเข่อซินไม่นึกฝันว่าคุณท่านตระกูลอานจะให้คำมั่นสัญญาเรื่องสำคัญกับตนแบบนี้
แม้ว่าตระกูลเฟ่ยจะเป็นตระกูลที่มีความยิ่งใหญ่ในบรรดาเศรษฐี แต่เมื่อเทียบกับตระกูลอานแล้วก็ยังห่างชั้นกันอยู่มาก
อานโฉงชิวกล่าวอย่างชื่นชมว่า “ถูกต้อง ถ้าแกรู้สึกว่าตัวเองพูดได้ไม่คล่องเท่าไหร่ก็พูดให้น้อยๆ หรือไม่ต้องพูดไปเลย แล้วให้คุณหนูเฟ่ยพูดแทน คำพูดของคุณหนูเฟ่ยสมบูรณ์แบบมาก ขอแค่อย่าสร้างเรื่อง วันนี้เราจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างแน่นอน”
หลี่ญ่าหลินพยักหน้าแล้วมองเฟ่ยเข่อซินอย่างซาบซึ้งพลางเอ่ยปากว่า “งั้นอีกเดี๋ยวถ้าพวกเธอมาถึงก็รบกวนคุณหนูเฟ่ยช่วยหน่อยนะครับ……”
สิบนาทีผ่านไป
เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งลงจอดบนดาดฟ้า อานโฉงชิวขึ้นไปรับด้วยตนเอง
เมื่อเฉินจุนเหมยเห็นอานโฉงชิวก็เค้นถามอย่างตื่นเต้น “โฉงชิวคะ สรุปแล้วคุณได้ข่าวคราวอะไรของญ่าหลินบ้าง ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เขาไม่เป็นไรใช่ไหม”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...