หลังจากเย่เฉินกำชับเขาไปชุดหนึ่งแล้วก็ให้หงห้าป้อนยาก่อใหม่ 1 เม็ดให้เขาอีก
จากนั้นก็ทิ้งหงห้าให้คอยเฝ้าอยู่ด้านข้าง ตัวเองกลับออกมาที่ห้องรับแขกในห้องชุดโอ่โถง
และในขณะเดียวกันนั้น อิโตะ นานาโกะกำลังนั่งรอคอยอย่างกังวลใจอยู่บนโซฟา
และซูรั่วหลีที่กำลังยืนอยู่ข้างกายของเธอก็เก็บงำความตื่นเต้นที่อยู่ในใจไม่ได้: “โอสถของคุณเย่ สามารถทำให้ร่างที่บาดเจ็บสาหัสของหลี่ญ่าหลินกลับมาเหมือนดังเดมได้อีก บัดนี้เขาก็ให้ท่านแม่และคนของตระกูลอิโตะมาที่นครนิวยอร์ก และที่บังเอิญกว่านั้นก็คือ ท่านแม่และคนของตระกูลอิโตะสองคนต่างก็พิกลพิการ หรือว่าคุณเย่เตรียมการที่จะใช้โอสถแบบเดียวกันมารักษาพวกเขา?”
“เมื่อครู่คุณเย่ก็ชี้นำนางาฮิโกะ อิโตะมาตลอด ให้เขาออกปากพูดออกมาเองถึงความหวังที่ว่าการจะให้ขาทั้งสองข้างฟื้นฟูกลับมาดังเดิม......หรือเป็นไปได้ว่า......หรือเป็ฯไปได้ว่าโอสถของคุณเย่สามารถทำให้ขาที่ขาดไปแล้วของพวกเขางอกกลับมาใหม่ได้อีกครั้งหนึ่งอย่างนั้นแหละ?”
“หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ......งั้นท่านแม่ก็ไม่ใช่ว่า......ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเปลี่ยนเป็นคนปกติได้งั้นเหรอ!”
เหออิงซิ่วท่านแม่ของซูรั่วหลี ก่อนที่จะให้กำเนิดเขาออกมาก็ขาดแขนข้างหนึ่งไปแล้ว
และก็ในตอนที่เธอช่วยชีวิตซูโสว่เต้าแขนข้างนั้นก็ได้เสียไป ซูโสว่เต้าก็เลยเกิดการซาบซึ้งขึ้น แล้วทรยศต่อการหมั้นหมาย เกิดเป็นความรักขึ้นต่อเธอไป
และก็เพราะความรักที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นจึงมีการกำเนิดของซูรั่วหลีขึ้นมาได้
ตอนเล็กๆ ซูรั่วหลีมักจะเห็นอกเห็นใจท่านแม่ที่แขนขาดไปหนึ่งข้างอยู่บ่อยครั้ง
และเรื่องที่ทำให้เธอไม่เข้าใจ เธอตอนอายุยังเยาว์ในทุกๆ ปี ตอนที่กอดบาดแผลแขนที่ขาดของท่านแม่เอาไว้ ร้องไห้ขอร้องให้สวรรค์คุ้มครอง ให้แขนที่ขาดไปของท่านแม่งอกกลับออกมาใหม่นั้น ท่านแม่ก็มักจะบอกเธอด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเต็มใจว่าแขนข้างนั้นที่ขาดทิ้งไปได้เปลี่ยนเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดบนโลกนี้มาจากสวรรค์แล้ว ดังนั้นตนไม่เสียใจเลยแม้แต่นิดเดียว
ซูรั่วหลีที่ยังเยาว์อยู่ก็ไม่เข้าใจ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านแม่ใช้แขนข้างนั้นแลกของอะไรที่สำคัญขนาดนั้นกันแน่
อิโตะ นานาโกะกลับรู้เยอะไม่เท่าซูรั่วหลีเช่นนั้น
เธอไม่เคยเห็นความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับร่างของหลี่ญ่าหลิน ดังนั้นในตอนนี้เธอก็คิดไม่ตกว่าเย่เฉินให้ตนเองพาท่านพ่อและทานากะ โคอิจิรีบมาที่นครนิวยอร์กที่แท้แล้วเพื่ออะไรกันแน่
ตอนนี้เมื่อเห็นเย่เฉินออกมา อิโตะ นานาโกะก็รีบกล่าวถามทันที: “เย่เฉินซัง โอโต้ซังและทานากะซังเป็นอย่างไรกันบ้าง?”
เย่เฉินค่อยๆ ยิ้มออกว่าแล้วกล่าวว่า: “พวกเขาทั้งสองคนกินยาลงไปแล้วก็หลับไปแล้วในตอนนี้ ประมาณยี่สิบนาทีก็จะรู้สึกตัว”
อิโตะ นานาโกะพยักหน้าแล้วถามอย่างระมัดระวังว่า: “เย่เฉินซัง ขอถามอย่างละลาบละล้วงหน่อย ยาที่คุณให้พวกเขาทั้งสองคนกินนั้นเป็นยาที่รักษาอะไรกันแน่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...