ในตอนที่ซูรั่วหลีแทบทนรอไม่ไหวให้แม่ได้ไปยังห้องน้ำนั้น เพื่อต้องการจะใช้ยาก่อใหม่นี้ ซูโสว่เต้าที่อยู่ในห้องนั่งเล่นของห้องสวีท มองดูเย่เฉิน ถามหยั่งเชิง“คุณเย่ รบกวนคุณเรื่องหนึ่งได้ไหมครับ?”
เย่เฉินพูดอย่างเรียบเฉย“ คุณซูพูดมาได้เลยตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้”
ซูโสว่เต้าไม่มีความมั่นใจ ยิ้มแห้งแล้วกล่าว “ผมอยากจะขออนุญาต เป็นไปได้ไหมที่พรุ่งนี้จะให้เวลาผมได้อิสระวันหนึ่ง หรือจะครึ่งวันก็ได้ครับ”
ซูโสว่เต้ารู้ดีอยู่แก่ใจ ถึงตัวเองจะได้เดินทางมากับเหออิงซิ่วถึงที่นครนิวยอร์ก แต่ตัวเองก็ยังถูกเย่เฉินคุมประพฤติกักบริเวณอยู่
หลังจากที่เย่เฉินได้ฟังคำขอของเขา ถามกลับด้วยความสงสัย“คุณซูอยากได้เวลาอิสระหนึ่งวันไปทำไม ? ช่วยบอกเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม หากสมเหตุสมผล เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะพูดคุยต่อรองกันไม่ได้”
ใบหน้าซูโสว่เต้าดูอึดอัดเล็กน้อย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง รวบรวมความกล้าแล้วตอบ“ผมอยากไปซื้อของขวัญให้แม่ของรั่วหลีเขาสักหน่อย หากได้รับอนุญาต ก็อยากจะชวนเธอไปกินมื้อค่ำด้วย”
ฟังมาถึงตรงนี้เย่เฉินก็เกิดความสนใจขึ้นมา เขามองไปยังซูโสว่เต้า ถามตรงเข้าประเด็น“ขอถามอะไรหน่อย คุณตั้งใจจะพัฒนาความสัมพันธ์กับคุณผู้หญิงเหอเธอเหรอ?”
ซูโสว่เต้ารีบอธิบายอย่างลุกลี้ลุกลนในทันที“คุณเย่อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้คิดไปไกลอะไรทั้งนั้น และไม่ต้องการจะใช้โอกาสในการลงโทษนี้ของคุณอย่างแน่นอน ที่ผมร้องขอเช่นนี้ไป เป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัวของผมคนเดียวเท่านั้น”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดอย่างปลงตก“คุณเย่ อันที่จริงในช่วงที่อยู่เมืองจินหลิงนี้ ผมได้ขบคิดกับตัวเองอย่างจริงจัง ชีวิตนี้ของผมถือว่าใช้มันได้อย่างล้มเหลวมาก ผมเลือกคู่ต่อสู้คนหนึ่งที่ตัวเองไม่มีวันจะเอาชนะได้ แล้วเลือกผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวเองไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ คิดเอาเองว่าตัวเองนั้นได้ยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของตระกูลทั้งหลาย แต่ไม่คิดว่า ลูกของตัวเองทั้งสามคนกลับต้องมาตกอยู่ในอันตรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า……”
ซูโสว่เต้าพูดอย่างรู้สึกผิด “คุณพูดถูก……คนตระกูลซูก่อนหน้านั้น เฉยชาเกินไป รวมถึงตัวผมด้วย……”
ขณะที่พูด ซูโสว่เต้าก็อดที่จะพูดคำพูดจากใจออกมาไม่ได้“ดังนั้นในช่วงนี้ผมจึงขบคิดอยู่ตลอด ว่าจะยังพอมีโอกาสได้ชดเชยให้กับพวกเธอสองคนแม่ลูกบ้าง”
เย่เฉินถามด้วยความสงสัย“ คุณตั้งใจจะชดเชยมันยังไง?”
ซูโสว่เต้าลังเลอยู่นาน แต่แล้วก็พูดสิ่งที่คิดออกมา เขามองเย่เฉิน พูดอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ“คุณเย่ พูดตามตรง พรุ่งนี้ผมอยากไปซื้อแหวนวงหนึ่ง แล้วจองห้องอาหารหรูๆสักร้าน ชวนแม่ของรั่วหลีไปกินมื้อค่ำด้วยกัน จากนั้นก็ขอเธอแต่งงาน……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...