“ขอแต่งงาน?”คิ้วเย่เฉินขมวดเล็กน้อย มองไปที่ซูโสว่เต้า พูดอย่างจริงจัง“คุณเป็นลูกชายคนโตของตระกูลซู ถึงคุณผู้หญิงเหอจะมีรั่วหลีกับคุณแล้ว แต่สถานะของเธอ ก็แตกต่างกับคุณราวฟ้ากับดิน ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นคนพิการ แน่นอนว่า ผมไม่ได้จะเลือกปฏิบัติกับคนพิการแต่อย่างใด แค่อยากจะถามคุณว่าได้คิดอย่างถี่ถ้วนถึงปัญหาช่องว่างระหว่างกันนี้ของพวกคุณแล้วจริงๆเหรอ ?”
ซูโสว่เต้าเห็นเย่เฉินคิ้วขมวด แล้วถามคำถามที่สงสัย คิดว่าเย่เฉินคงกำลังสงสัยตัวเอง ก็จึงพูดอย่างไม่ลังเล“คุณเย่ คุณไม่ต้องสงสัยถึงเจตนารมณ์นี้ของผม ผมอยากจะใช้ชีวิตที่เหลือนี้กับแม่ของรั่วหลีจริงๆ ผมรู้ว่าเธอรู้สึกยังไงกับผม และในช่วงนี้ความรู้สึกของผมเองก็หวังให้มันเป็นอย่างนั้น และคุณก็วางใจได้ ที่ผมอยากแต่งงานกับเธอ ไม่ใช่เพื่ออิสรภาพอะไร หากเธอตอบตกลง หลังจากนั้นผมยินดีจะถูกเธอกักบริเวณอยู่ที่เมืองจินหลิง ขอแค่คุณให้เวลาอิสระกับผมแค่หนึ่งวัน หลังจากวันที่ได้อิสระนี้แล้ว ผมจะยังคงทำตามข้อตกลงก่อนหน้าทั้งหมดของคุณต่อไป”
พูดจบ ซูโสว่เต้าก็พูดอย่างจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง“ส่วนปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างกันนั้น มันไม่ได้อยู่ในสายตาของผมเลย ตอนนี้ผมไม่ใช่คุณชายของตระกูลซูอีกต่อไปแล้ว และไม่ใช่ทายาทของตระกูลซูด้วย และแขนที่เสียไปนั้นของเธอก็เพราะช่วยชีวิตของผมเอาไว้ เป็นผมที่ติดหนี้เธอ ดังนั้นหากจะพูดเรื่องช่องว่างระหว่างกัน ก็คงเป็นเธอที่อยู่สูงและผมที่อยู่ต่ำ ระหว่างผมกับเธอ คือผมที่ไม่อาจเอื้อมถึงเธอเอง ”
เมื่อเย่เฉินเห็นความจริงใจนี้ของซูโสว่เต้า รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นเป็นความรู้สึกลึกๆในใจของเขา จู่ๆในใจก็รู้สึกปลงตก
อันที่จริง มองจากอีกมุมหนึ่ง ความรู้สึกของเย่เฉินที่มีต่อซูโสว่เต้า ก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจอยู่ไม่น้อย
ซูโสว่เต้ายิ้มเยาะออกมา และกล่าว“ชีวิตที่มั่งคั่งร่ำรวย มันก็แค่เพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น ตระกูลซูในอดีตมีบ้านใหญ่โตหรูหราไปทั่วทุกพื้นที่ วิลล่ามากมาย ทั้งคฤหาสน์หรือแม้แต่ปราสาทผมก็เคยพักอาศัยมาแล้ว พูดตามตรง มีเพียงช่วงเวลาที่อยู่เมืองจินหลิงเท่านั้นที่รู้สึกเป็นสุขและสบายใจอย่างที่สุด
“ช่วงเวลาที่อยู่เมืองจินหลิง ผมไม่ต้องคิดการวางแผนอะไรเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเอง ไม่ต้องสนใจว่าพ่อจะมองผมยังไง ไม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับการชิงไหวชิงพริบกันของพี่น้อง แก่งแย่งแข่งขัน และไม่ต้องรับรู้อะไร ไม่ต้องสนใจว่าแม่ของจือหยูจะแอบคิดถึงผู้ชายคนอื่นลับหลังผมหรือเปล่า ……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...