เวลาปรกติเหออิงซิ่วมักจะสวมเสื้อแขนยาวอยู่ตลอด ดังนั้นแขนที่ขาดของเธอนอกจากซูรั่วหลีแล้ว ก็แทบไม่มีใครได้เห็นมันเลย
และซูรั่วหลีที่รักแม่มากอย่างสุดหัวใจมาตั้งแต่เด็ก ในตอนยังเล็กเวลาที่นอนกับแม่ ก็มักจะลูบไปยังที่แผลของแม่อยู่ตลอด และเอาแต่ถามแม่ว่าเจ็บไหม ดังนั้นเธอจึงคุ้นเคยกับแผลของแม่เป็นอย่างดี
แต่ในตอนที่เธอแตะไปยังไหล่ขวาของแม่ ส่วนที่ราวกับหน้าผาที่ห้อยลงมาก็ไม่ปรากฏอยู่อีก
สิ่งที่มือสัมผัสได้ คือไหล่ที่กลมกลึงของแม่
ซูรั่วหลีในตอนนี้ มือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
จากนั้น เธอสัมผัสลงไปเรื่อยๆ เธอเจอเข้ากับต้นแขน ข้อศอก และปลายแขนของแม่
และท้ายที่สุด เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้เห็น และไม่เคยได้สัมผัส มันคือมือขวาของแม่ !
ในตอนนี้ จู่ๆน้ำตาของซูรั่วหลีก็ไหลพรากออกมา!
ตั้งแต่ที่เธอจำความได้ คำอธิษฐานในวันเกิดของเธอทุกปีสิ่งที่เธอขอก็คือการให้แม่ของเธอได้กลายเป็นคนปกติ
แม้เธอจะรู้ว่าคำอธิษฐานนี้ไม่มีวันจะเป็นจริงได้ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะใช้โอกาสที่จะขอพรอันมีค่าที่สุดของทุกปี ขอพรข้อนี้
แต่ใครจะไปคิด จากคำอธิษฐานที่ไม่มีวันจะเป็นจริงได้ กลับเป็นจริงขึ้นมา !
ซูรั่วหลีที่ตื่นเต้นอย่างที่สุด ประสานมือไปยังนิ้วมือขวาของแม่ ยกมือขวาของเธอที่อยู่ในโคลนขึ้นมา จากนั้นสองมือก็กุมไปยังแขนขวาของแม่แน่น
และในตอนนี้เอง เหออิงซิ่วที่ราวกับตื่นขึ้นมาจากการสลบไสล จากการมองเห็นที่พร่ามัวก็ค่อยๆกระจ่างชัด
ในตอนที่เธอเห็นซูรั่วหลีที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน เอ่ยถามอย่างรักใคร่“รั่วหลี ทำไมถึงร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้?”
ถามมาถึงตรงนี้ ท่าทีของเหออิงซิ่วก็ตะลึงจนพูดไม่ออกในทันที
เดิมทีเธออยากจะถามลูกสาว ว่ามือที่เธอจับอยู่นั้นมันเป็นมือของใคร
แต่ว่า เธอในตอนนี้ จากเส้นประสาทบางส่วนของร่างกายตัวเองที่ไร้ซึ่งความรู้สึกไปนาน จู่ๆก็ถูกปลุกให้ตื่น รับรู้ถึงความรู้สึกที่ถูกกอบกุมไว้แน่น
ความรู้สึกนั้น มาจากมือขวาของเธอที่ถูกตัดทิ้งไปนานกว่ายี่สิบปี!
เหออิงซิ่วแตกต่างจากนางาฮิโกะอิโตะ นางาฮิโกะอิโตะนั้นเพิ่งจะสูญเสียขาทั้งสองข้างไปได้ไม่นาน เกือบห้าสิบปีนี้เขาใช้ชีวิตแบบคนปกติ จู่ต้องมาเสียขาอย่างฉับพลันทำเขาปรับตัวได้ยาก
แต่เวลาเกือบจะห้าสิบปีนี้ของเหออิงซิ่ว ครึ่งหนึ่งนั้นใช้ชีวิตในแบบของคนพิการที่ไม่มีแขนขวา มาเป็นเวลานาน เธอชินชากับความรู้สึกที่แขนขวานั้นว่างเปล่าไปแล้ว
มาตอนนี้ จู่ๆก็มีแขนขวาโผล่ออกมา เธอไม่สามารถจะปรับตัวให้เข้ากับมันได้ในชั่วขณะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...