หลี่ญ่าหลินฟังจนรู้สึกตกตะลึงไปด้วยเล็กน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะถาม“หนึ่งร้อยล้านเหรียญ……มันมากมายขนาดนี้เลยเหรอ?!”
ลูกเขยพยักหน้าให้อย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องคิด“ใช่ครับ!พ่อ!สำหรับคนรวย หนึ่งร้อยล้านเหรียญนั้นมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่อย่างมาก!”
พูดจบ เขาก็พูดต่อ“แน่นอนว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือตระกูลอานสามารถจะการันตีกำไรสุทธิต่อปีที่ 8% ให้เรา ลุงอานได้บอกเอาไว้ หากเศรษฐกิจย่ำแย่ ไม่มีกำไรสุทธิ8%ต่อปี หรืออาจจะเกิดการขาดทุนขึ้นมา ตระกูลอานก็จะปันกำไรสุทธิ8%ให้กับกองทรัสต์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น ภายใต้สถานการณ์ปกติ หนึ่งร้อยล้านเหรียญในปีแรกจะได้คืนกลับมาหนึ่งร้อยกับอีกแปดล้านเหรียญ แต่หากในปีนี้สถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่ ในหนึ่งร้อยล้านนี้เหลือแค่เก้าสิบล้าน ตระกูลอานจะควักเอาเงินสิบแปดล้าน เพื่อการันตีเงินหนึ่งร้อยแปดล้านที่เราควรได้รับ !”
“มีตระกูลอานคอยหนุนหลัง เราไม่ต้องมากังวลเรื่องการขาดทุนอะไรเลย รอแค่ให้ถึงสิบแปดปีแล้วหมดสัญญากองทุนทรัสต์นี้ก็จบ!”
ภรรยาและลูกสาวของหลี่ญ่าหลินฟังจนรู้สึกตกตะลึง แต่หลี่ญ่าหลินกลับถามอย่างไม่ตั้งใจ“ลูกเขย เงินนี้มันเยอะไปหรือเปล่า ? ทั้งครอบครัวเราไม่มีความสามารถอะไร จะตักตวงเอาผลประโยชน์มากมายจากคนอื่นเขาได้ยังไงกัน?นี่มันดูจะไม่เหมาะสมสักเท่าไรนะ……”
ที่หลี่ญ่าหลินพูดมาล้วนไม่ใช่คำโกหก
หลังจากที่ฟังลูกเขยคำนวณเสร็จ เขาก็เพิ่งจะมาตระหนักรู้ คนอื่นเขาไม่น่าจะให้แค่เงินตัวเองง่ายๆแบบนี้ ที่เขาให้นั้นมันคือคำสัญญาแบบตลอดไป ไม่มีกำหนด
ตราบใดที่ตระกูลอานยังอยู่ ตระกูลอานก็จะรับประกันผลประโยชน์ของกองทุนทรัสต์นี้
ซึ่งก็เท่ากับว่าตระกูลอานได้ให้ตั๋วเงินระยะยาวกับตระกูลหลี่ และมูลค่าของตั๋วเงินนี้ก็สูงมากด้วย
ดังนั้น ถึงเขาจะคาดหวังให้ลูกเขยตอบตกลงเงื่อนไขของอานโฉงชิว แต่เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกว่าน้ำใจนี้หนักหนาเกินไป ตัวเองคงรับมันไว้ไม่ไหวจริงๆ
แต่เมื่อลูกเขยของเขาเห็นเขาลังเล ก็พูดอย่างร้อนรนขึ้นมาทันที“ พ่อ!พ่ออย่าคิดตื้นๆ!นี่มันเป็นโอกาสทองของครอบครัวเรา หากพลาดไปแล้ว จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตนะ!”
อีกทั้ง หลี่หยวนหยวนได้ศึกษาและใช้ชีวิตในประเทศวัตถุนิยมอย่างสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่เด็ก วิถีชีวิตของคนชนชั้นสูงก็พอเข้าใจอยู่บ้าง ขณะเดียวกันก็ใฝ่หามันอย่างมาก
เพียงแต่ว่า ก่อนหน้านั้นเธอรู้มันดี ตัวเองจะใฝ่หามันแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะเป็นจริงขึ้นมาได้
แต่ในตอนนี้ เธอตระหนักรู้ในทันที ว่าโอกาสที่หาได้ยากยิ่งนั้นกำลังมาอยู่ตรงหน้า แค่เอื้อมมือคว้าเท่านั้น
ดังนั้นเธอก็จึงพูดโพล่งขึ้นมา“พ่อ……แม้จะเพื่อลูก พ่อก็ต้องคว้ามันไว้ หากมีเงินกองทุนทรัสต์นี้ หนูกับซุนฮุยมีลูกกันหลายๆคนก็ยังได้ เมื่อเป็นแบบนี้ ครอบครัวของเราก็จะมีลูกหลานมากขึ้น”
ซุนฮุยลูกเขยก็อดไม่ได้ที่จะพูดโพล่งออกมา“ใช่ครับใช่!ต้องมีลูกหลายๆคน!และลูกทุกคนก็ให้ใช้แซ่หลี่ ผมเห็นด้วยทุกอย่าง ไม่มีความเห็นใดๆทั้งนั้น!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...