เมื่อเห็นสีหน้าที่ตื่นเต้นและจริงจังของลูกเขย จู่ๆหลี่ญ่าหลินก็รู้สึกราวกับโลกนี้มีมนต์ขลัง
เดิมทีเขาชื่นชมลูกเขยตัวเองคนนี้มาก เขารู้สึกว่าเจ้าหมอนี่เป็นคนไม่ท้อถอย ไม่กลัวความยากจน ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และไม่ก้มหัวให้ใคร
พูดแบบไม่เกินจริง เขารู้สึกว่าลูกเขยคนนี้กับตัวเองนั้นเหมือนกันมาก ราวกับเป็นเงาของตัวเองเสียด้วยซ้ำ
และเพราะเหตุนี้ บวกกับตัวหลี่ญ่าหลินเองไม่มีลูกชาย ดังนั้นเขาจึงเห็นลูกเขยคนนี้เป็นเหมือนลูกชายคนหนึ่ง
แต่ท่าทีของลูกเขยในตอนนี้ ทำเขาตระหนักรู้ ตัวเองที่เป็นถึงผู้การและอ่านคนมานับไม่ถ้วน กับลูกเขยตัวเองรู้จักแค่ผิวเผิน ทั้งพลาดและทั้งอ่อนต่อโลกมาก
เมื่อก่อนคิดว่าเขาเป็นคนประเภทเกียรติยศและความร่ำรวยไม่อาจทำให้ต้องหวั่นไหวได้ แต่มาตอนนี้ เขาแค่มีความ“มักมาก”ที่มีจุดเริ่มต้นที่สูงเท่านั้น
และจุดเริ่มต้นนี้ ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นตัวเอง หรือลูกเขยก็ดี ล้วนเอื้อมไม่ถึง
นี่ก็คงเป็นเหมือน คนคนหนึ่งหากไม่เคยขึ้นที่สูง ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าตัวเองนั้นกลัวความสูงหรือไม่
บางคนยืนอยู่กับที่แล้วพูดปาวๆว่าตัวเองนั้นไม่กลัวฟ้ากลัวดิน แต่ไม่แน่ว่าเมื่อต้องไปยืนในจุดจุดหนึ่งก็ถึงกับต้องแข่งขาอ่อนได้
ในตอนนี้ หลี่ญ่าหลินก็ดูถูกเขาขึ้นมาเล็กน้อย
แต่ว่า เมื่อลองย้อนกลับมาคิดดู ก็รู้สึกว่า ตัวเองนั้นต่างกันตรงไหน ?
แม้เงินจะไม่ได้ดึงดูดตัวเอง แต่ว่า เรื่องการสืบเชื้อสายของวงศ์ตระกูลนั้น ตัวเองไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ ?
เขาและลูกเขยต่างทรยศต่อคุณธรรมของตัวเอง เพียงแต่ว่า คนหนึ่งคุกเข่าให้กับเงินทอง และอีกคนคุกเข่าให้กับการสืบสกุล
ซุนฮุยไม่รู้ว่าหลี่ญ่าหลินกำลังคิดอะไรอยู่ เห็นเพียงใบหน้าของเขามืดมนอยู่เป็นพักๆ ท่าทีราวกับวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา“พ่อ ได้หรือไม่ได้ พ่อก็พูดมาสักคำเถอะ!”
ทันทีที่หลี่หยวนหยวนพูดออกมา ซุนฮุยก็หันขวับไปหาหลี่ญ่าหลิน พูดโพล่งออกมา“ใช่ครับพ่อ เงินสิบล้านนี้ พ่อมีแผนอะไรไหม?”
สำหรับสองสามีภรรยานี้แล้ว เงินร้อยล้านที่ตระกูลอานรับปากจะให้ต้องนำมาเป็นกองทุนทรัสต์ และข้อตกลงทุกอย่างของกองทุนทรัสต์จะถูกยกเลิกไป ก็ต่อเมื่อลูกคนแรกของพวกเขาอายุครบ18ปีแล้วเท่านั้น
หรือก็คือ ต่อให้หลี่ญ่าหลินจะตอบตกลง แต่ในตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องเฝ้ารอเหมืองทองคำร้อยล้านนี้สิบแปดปี ถึงจะก้าวกระโดดสู่ความอู้ฟู้ยิ่งใหญ่ได้
ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรู รถหรู หรือชีวิตไฮโซที่หรูหราก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทุกอย่างล้วนต้องรออีกสิบแปดปี
หากนับช่วงเวลาที่ต้องตั้งครรภ์ด้วยก็ราวๆแปดเดือน ปัดเลขให้เป็นจำนวนถ้วนๆก็คืออีกสิบเก้าปี
แต่ว่า เช็คสิบล้านเหรียญที่เฟ่ยเข่อซินให้มานั้นต่างออกไป นี่ไม่ใช่กองทุนทรัสต์ของตระกูลที่มีเงื่อนไขอะไร แต่เป็นเช็คเงินสดจริงๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...