ไม่ให้พวกเธอกินข้าว ให้งานใช้แรงงานแก่พวกเธอทุกรูปแบบ พยายามทำให้พวกเธอเหมือนชาวนาอเมริกันถูกกุมขังในตอนนั้น ไม่ได้หยุดพักหายใจเลย เป็นเรื่องที่หม่าหลันชอบทำมากที่สุด
เช่นอากาศร้อน หม่าหลันชอบเดินเท้าเปล่าในห้องขัง ดังนั้นก็จะให้ทั้งสองผลัดกันเช็ดพื้นอย่างน้อยวันละ 5 ครั้ง ถ้าวันไหนตัวเองเดินเท้าเปล่าในห้องขังแล้วเท้าสกปรก พวกเธอทั้งสองก็อย่าได้คิดจะนอน ตอนที่คนอื่นนอนหลับ พวกเธอต้องคุกเข่าที่พื้นแล้วเช็ดพื้นไปทั้งคืน
ตอนนี้ หม่าหลันให้พวกเธอสองคนซักเสื้อผ้าสกปรก ทั้งสองก็ไม่กล้าขัดขืน ได้แต่ยอมอย่างเงียบๆ ด้วยน้ำตาคลอเบ้า
เมื่อเห็นทั้งสองเริ่มรวบรวมผ้าปูที่นอนและปลอกผ้าห่มที่ทุกคนเปลี่ยนอย่างเชื่อฟัง หม่าหลันหัวเราะอย่างเยือกเย็นด้วยความพอใจ จากนั้นยืนขึ้นมา พูดทักคนด้านข้าง:“ไปเถอะ ไปกินข้าว!”
คนอื่นในนั้นก็รีบตามอยู่ข้างกายหม่าหลัน ล้อมเธอออกไปจากห้องขัง
ระหว่างทาง ไม่ว่าเจอใคร ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร อายุเท่าไหร่ หรือสีผิวแบบไหน ก็แทบจะทักทายหม่าหลันเป็นภาษาจีนว่าสวัสดีพี่หลันด้วยความเคารพเสมอ
ความรู้สึกที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้คนอย่างท่วมท้น ทำให้ในใจหม่าหลันพอใจและรู้สึกพองโตเป็นอย่างมาก จนเขาอิ่มอกอิ่มใจเล็กน้อย
มาที่ห้องอาหาร คนที่ต่อแถวเอาข้าวกันอยู่นั้น ก็หลบไปซ้ายขวาอย่างรู้ตัวทันที ส่วนผู้หญิงที่ต่อแถวคนหน้าสุดก็พูดด้วยความเคารพทันทีว่า:“พี่หลัน เชิญพี่ก่อนเลย!”
หม่าหลันตอบอือ ก้าวเท้าไปตรงหน้า มองเจ้าหน้าที่หนึ่งในนั้น แล้วถามว่า:“ตุ๋นไข่ผัดมะเขือเทศที่ฉันต้องการเตรียมไว้หรือยัง?”
โต๊ะอาหารนี้อยู่ใกล้หน้าต่าง วิวสวยและสบายที่สุด ตั้งแต่ที่หม่าหลันกลายเป็นแม่เจ้าดุ(ที่ผีเจอยังหงอ)แห่งกรมราชทัณฑ์เบดฟอร์ดฮิลส์ เธอก็ตั้งกฎว่า ต่อไปโต๊ะตัวนี้ จะมีเธอใช้ได้เท่านั้น
เดิมที แทบทุกวันจะมีนักโทษทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงโต๊ะนี้ แต่ตั้งแต่หม่าหลันกลายเป็นพี่ใหญ่ที่นี่ ทุกคนก็จะอยู่ห่างจากโต๊ะตัวนี้อย่างตระหนักได้ เพื่อไม่ให้หม่าหลันโกรธ
เพราะยังไงแล้ว ข้างกายหม่าหลันไม่ได้มีแค่ลูกสมุนสามคนที่ต่อสู้เป็นสุดๆ อยู่เท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตั้งแต่ผู้คุมไปจนถึงหัวหน้าผู้คุม ต่างให้เกียรติเธอ เรียกได้ว่า ที่กรมราชทัณฑ์เบดฟอร์ดฮิลส์นั้น หม่าหลันคือคนที่สุดยอดมากๆ
หม่าหลันมาตรงหน้าโต๊ะทานข้าวที่ตัวเองชอบที่สุดแล้วนั่งลง ลูกสมุนทั้งสองด้านรีบวางถาดอาหารและกล่องข้าวไว้ตรงหน้าเธอ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบเอาโค้กเย็นแก้วหนึ่งมาให้ แล้วพูดด้วยความเคารพว่า:“พี่หลัน นี่เป็นโค้กไม่มีน้ำตาล พี่ดื่มได้อย่างสบายใจเลยนะ ไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำตาลในเลือด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...