โคลอี้มองไปที่เจสสิก้า ยิ้มไปพูดไปว่า:“เจสสิก้า เธอตัดขาเธอได้แค่ข้างเดียว”
เจสสิก้าถามอย่างไม่เข้าใจ:“ทำไม?!ไม่ตัดขาเธอสองข้าง ฉันไม่ยอม!”
โคลอี้หัวเราะอย่างเยือกเย็น:“เพราะต้องเหลืออีกข้างไว้ให้ฉัน!”
เจสสิก้าหัวเราะ:“ฉันอยากเหลือให้เธอข้างหนึ่ง แต่ฉันกังวลว่ารอตอนที่กินข้าวกลางวันแล้วไปเดินเล่นที่สนามกีฬา คนในห้องขังอื่นๆ จะควบคุมไม่อยู่แล้วเอาเธอเจียนตายน่ะสิ!”
“ก็ใช่……”โคลอี้มองหม่าหลัน หัวเราะอย่างเยือกเย็น:“อีนังหม่า แกยังไม่รู้เลยว่าจะได้มีชีวิตกลับห้องขังไหม คนห้องขังอื่นๆ ที่เคยโดนแกรังแก เกรงว่าตอนนี้กำลังรอสั่งสอนแกอยู่!”
หม่าหลันได้ยินคำนี้ ก็ตัวอ่อนทันที เกือบจะล้มลงไปที่พื้น
เธอแทบรอไม่ไหวที่จะหาที่ซ่อนในทันที แต่ตอนนี้เธอกำลังต่อแถวไปห้องอาหาร นอกจากทางนี้ ก็ไม่มีที่อื่นให้หนีแล้ว แม้ว่าอยากจะไปที่สนามกีฬาแล้วโทรหาเย่เฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ ก็ต้องรออาหารเที่ยงเสร็จสิ้น เพราะมีแค่หลังจากอาหารเที่ยงเท่านั้น พวกเขานักโทษและผู้ต้องสงสัยจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสนามกีฬาได้
แต่ว่า ไปสนามกีฬาก็หมายความว่าอันตรายมาก
เพราะว่า ความรุนแรงมักจะเกิดขึ้นในสนามกีฬา
ที่กรมราชทัณฑ์เบดฟอร์ดฮิลส์ โดยปกติแล้ว คนที่อยู่ในห้องขังเดียวกันมักจะแก้ไขความขัดแย้งในห้องขัง แต่คนที่อยู่คนละห้องขัง จะมีโอกาสทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับการพักเดินเล่นในสนามกีฬาเท่านั้น
ที่หม่าหลันเป็นแม่เจ้าผีหงอแห่งเบดฟอร์ดฮิลส์ได้ นั่นเพราะว่าก่อนหน้านี้แทบจะทุกครั้งของการพัก เธอจะให้พวกเฉินจื่อถงสั่งสอนคนอื่นๆ ในเรือนจำ หลังจากสั่งสอนหัวหน้าของแต่ละห้องขังแล้ว เธอก็ได้กลายเป็นเจ๊ใหญ่ของทั้งกรมราชทัณฑ์เบดฟอร์ดฮิลส์
หลายคนกำลังจับตาดูหม่าหลัน อยากแน่ใจว่าตอนนี้หม่าหลันยังมีที่พึ่งหรือไม่ ส่วนหม่าหลันก็รู้ว่า ตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับตัวเองก็คือ หากลุ่มเข้าร่วม ถ้ามีคนเต็มใจช่วยตัวเองในตอนนี้ ไม่แน่ตัวเองอาจจะมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
หม่าหลันถือถาดอาหาร มองไปรอบๆ อยู่นาน ก็เห็นเพื่อนร่วมชาติเชื้อสายจีนบางคนที่เคยเยินยอเธอมาก่อน
เพื่อนร่วมเชื้อสายพวกนี้ เดิมทีอยู่ในห้องขังข้างๆ หม่าหลัน
หม่าหลันไม่ได้คบอะไรกับพวกเธอมากนัก แต่หลังจากหม่าหลันกลายเป็นแม่เจ้าผีหงอแห่งเบดฟอร์ดฮิลส์ มีวันหนึ่ง ตอนที่พวกเธอพักเดินเล่น ก็หาหม่าหลันเจอ แล้วบอกด้วยน้ำตาว่ามีหัวโจกคนสหรัฐอเมริกาคนหนึ่งในห้องขังตัวเองที่คอยกลั่นแกล้งพวกเธออยู่เสมอ หวังว่าหม่าหลันจะเห็นแก่หน้าแล้วช่วยเพื่อนร่วมชาติ ให้อีกฝ่ายหยุดรังแกพวกเธอ
เพื่อให้หม่าหลันจัดการให้ ตอนที่พวกเธอขอความช่วยเหลือจากหม่าหลัน ถึงกับคุกเข่าเป็นแถวต่อหน้าหม่าหลันด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...