เนื่องจากรถไฟฟ้าไม่มีเสียงดังตูมตามจากเครื่องยนต์ เสียงดังฮึ่ม ๆ มากที่สุดในตอนที่วิ่ง มันคือเสียงยางล้อรถที่เกิดจากพื้นถนนกับยางล้อรถ รวมทั้งเสียงดังอี๊ดอ๊าดที่ระดับเสียงไม่ดังมากตอนที่เครื่องยนต์เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง
เมื่อความเร็วของยานพาหนะลดลง เสียงยางล้อรถและส่งอี๊ดอ๊าดจากเครื่องยนต์ก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ในตอนนี้ รถบรรทุกไฟฟ้าที่ปิดไฟคันนี้ แทบจะวิ่งผ่านอย่างไร้สุ้มเสียงเหมือนวิญญาณอย่างไรอย่างนั้น บนถนนเล็ก ๆ ในยามราตรีที่เงียบสงัดนี้
เย่เฉินมีชีวิตชีวาเอามาก ๆ ในทันที จู่ ๆ คนกลุ่มนี้ระมัดระวังขนาดนี้ มีเพียงความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือเป้าหมายอยู่ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
และในจังหวะนี้ เย่เฉินได้ยินคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ในห้องโดยสาร ใช้ภาษาจีนพูด : “อีกสองกิโลเมตรก็ถึงแล้ว จอดให้พรรคพวกเริ่มติดตั้งอาวุธก่อนเถอะ !”
รถบรรทุกจอดนิ่งอยู่ข้างทางทันที จากนั้นทั้งสองคนลงจากห้องโดยสารพร้อมกัน สาวเท้าวิ่งไปท้ายรถอย่างรีบ ๆ
คนขับรถใช้ปลายนิ้วเคาะที่ประตูท้ายเบา ๆ ประตูท้ายก็เปิดจากด้านในทันที
หกคนที่อยู่ในตู้สินค้า ในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นสวมอาวุธต่อสู้ครบชุด เสื้อเกราะกันกระสุน หมวกนิรภัย ปืนผาหน้าไหม้ แทบจะเหมือนกันกับอาวุธที่ห้าสี่เจ็ดพกติดตัวไว้ตอนลอบสังหารครอบครัวคุณตาคุณยายของเย่เฉินในตอนนั้นเลย
หลังจากทั้งสองคนกระโดดเข้าไปในตู้สินค้า คนอื่น ๆ ก็ยื่นอาวุธที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วให้ด้านหน้าพวกเขาทันที ช่วยพวกเขาสวมใส่อย่างรวดเร็ว
หลังจากพร้อมกับที่สองคนนี้ติดอาวุธครบชุดแล้ว คนนั้นที่นั่งอยู่ข้างคนขับก่อนหน้านี้ก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก : “ทุกคน สองคนต่อหนึ่งกลุ่ม ช่วยกันตรวจดูอาวุธ ไม่สามารถให้มีการประมาทใด ๆ ได้อย่างเด็ดขาด !”
“รับทราบ !”
คนอื่น ๆ ตอบรับทันที จากนั้นในตู้สินค้ามีเสียงเสียบซองกระสุน ใส่กระสุนปืนผาหน้าไม้ดังขึ้น
คนขับรถพูดโดยไม่ต้องคิด : “ได้ครับผู้บัญชาการ ! ผมเข้าใจแล้วครับ !”
ผู้บัญชาการพยักหน้า เอ่ยเสียงดัง : “เยี่ยม ! ลงรถ !”
พร้อมกับที่เขาลั่นคำสั่ง ประตูท้ายตู้สินค้าเปิดออก นักฆ่าแปดคนสวมเสื้อสีดำ ในมือถือปืนผาหน้าไม้สีดำ สวมหน้ากากสีดำ กระโดดลงรถอย่างเงียบเชียบ จากนั้นแอบเข้าที่นาข้างทางอย่างรวดเร็ว เคลื่อนย้ายไปด้านหน้ารวดเร็วอย่างเงียบเชียบ
เย่เฉินที่นอนคว่ำอยู่หลังคารถบรรทุก จ้องร่างของแปดคนนี้เอาไว้เขม็ง เตรียมที่จะขย้ำผู้ล่าที่กำลังจะไปล่าเหยื่ออีกที
คราวนี้เอง เสียงของว่านพั่วจวินดังขึ้นในหูฟัง : “คุณเย่ครับ ผมได้ตรวจสอบข้อมูลสถานะของพนักงานขนถ่ายที่เข้าเวรแปดคนนั้นแล้ว ในข้อมูลแสดงว่า แปดคนนี้ล้วนเป็นพลเมืองบ้านเกิดเมืองนอนที่ยุโรปเหนือแต่ดั้งเดิม และเอกสารประวัติใสสะอาดมาก ไม่เหมือนคนที่สถานะลึกลับ มีเบื้องหลังไม่ชัดเจนแบบนั้นเลยครับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...