เย่เฉินยิ้มเอ่ย : “พล.ต.ท.หลี่กับฉันคิดเหมือนกัน ตอนนี้ฉันอยากตามเบาะแสนี้ไป ฉวยโอกาสนี้ให้หลาย ๆ บทเรียนกับพวกเขาหน่อย หากว่าพวกเขาประสบความล้มเหลวที่ทีมถูกทำลายบ่อย ๆ พวกเขาไม่เพียงจะสงสัยเรื่องราวก่อนหน้านี้ ยังจะขาดความมั่นใจ และไม่กล้าที่จะทำอย่างเต็มที่ภายในช่วงเวลาอันยาวนานมากในอนาคต”
พูดถึงตรงนี้ เย่เฉินสีหน้าหวาดกลัว เอ่ยด้วยเสียงเย็นยะเยือก : “แม้ว่าฉันไม่เคยเห็นผู้มีพระคุณที่พวกเขาเรียกกันนั่น แต่จากการบรรยายของห้าสี่เจ็ด ไม่ยากที่จะวิเคราะห์นิสัยของคนนี้ออก คนคนนี้จะต้องมีความมั่นใจและความถือดีสูงมาก และเนื่องจากศักยภาพยิ่งใหญ่มากพอจริง ๆ น่าจะประสบความพ่ายแพ้อย่างยับเยินน้อยมาก ดังนั้นก่อนหน้าที่จะพบกับเขา ฉันต้องให้คนที่มีความถือดีสุด ๆ คนนี้ถูกบีบบังคับให้รู้จักถึงหลักการที่ไม่เปลี่ยนแปลงชั่วนิรันดร์ นั่นก็คือเหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า !”
สงครามทางจิตวิทยา เป็นประเด็นที่เย่เฉินให้ความสำคัญมาโดยตลอด
สมัยแรกสุด เขาเคยผลักบริษัทวัสดุก่อสร้างเทียนเหาทั้งหมดให้ราบเป็นหน้ากลอง ต่อหน้าสามีภรรยาโจวเทียนเหา นั่นก็เพื่อทำลายจิตใจของพวกเขาให้ย่อยยับ
ให้หงห้าสลักตัวอักษรไว้ที่หน้าผากพ่อลูกหลิวกว่างกับหลิวหมิงสองคนด้วย ก็คืออุบายที่ฆ่าทั้งคนและจิตใจ
ยังมีเย่ฉางหมิ่นผู้เป็นอาที่โลกทัศน์สูงลิ่ว เย่อหยิ่งกดคนอื่น ก็ถูกเขาขังในหมู่บ้านชุมชนเพื่อถูเหลี่ยมให้เรียบด้วยเหมือนกัน
ในขณะนี้ แม้ว่าเขายังขาดความมั่นใจองค์กรลึกลับนี้ แต่เขาได้ตัดสินใจแล้ว ต้องค่อย ๆ เล่นกับองค์กรนี้ ทำให้ผู้ที่ควบคุมอยู่เบื้องหลังองค์กรนี้พังทลายลงก่อน จากนั้นค่อยเหยียบองค์กรนี้ให้ราบสิ้นซากอีกที !
ในจังหวะนี้ นักฆ่าที่อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมแปดคนนี้ ยังเดินเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ อยู่ในความมืด
การบุกจู่โจมของคนพวกนี้ถือว่าไวพอตัว และแทบไม่ส่งเสียงดังเลยสักนิด เมื่อดูจากตรงนี้จะเห็นได้ว่า ศักยภาพของคนพวกนี้น่ากลัวพอสมควร
หากว่าทิ้งอาวุธออก ศักยภาพเฉพาะตัวของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าแกร่งกว่าพวกห้าสี่เจ็ดไม่น้อยเลย แม้ว่าที่ฝึกฝนจะไม่ใช่ศิลปะการบู๊ก็ตาม แต่ศักยภาพก็จะไม่ด้อยไปกว่านักบู๊หกดาวเช่นกัน
เย่เฉินตามพวกเขาโดยอยู่ห่างไปหลายร้อยเมตรอย่างไม่รีบไม่ร้อน ปีนขึ้นเนินเขาที่ค่อนข้างราบเรียบตามพวกเขาไป
ผู้อาวุโสนั่นดูเวลา กลับเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยความร้อนใจ เคาะนอกประตูห้องหนังสือชั้นแรกเบา ๆ เอ่ยด้วยความนอบน้อม : “คุณหนูครับ”
มีเสียงเด็กสาวที่อ่อนวัยมาก ถึงขนาดที่เจือด้วยความไร้เดียงสาอยู่หน่อย ๆ ในนั้นดังขึ้น : “เข้ามาได้”
ผู้อาวุโสเอ่ยด้วยความเคารพ : “ครับ คุณหนู !”
พูดจบ เขาก็ผลักประตูห้องเบา ๆ
แม้ว่าคฤหาสน์หลังนี้ ดูโดยรวมแล้วเป็นแบบบ้านเดี่ยวสไตล์ตะวันตก แต่การตกแต่งภายใน กลับเป็นโบราณสไตล์จีนมาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...