คำพูดของเย่เฉิน ทำให้ทั้งสิบคนในห้องหนังสือสะดุ้งตกใจกันสุด ๆ ทันที
คนที่เป็นผู้นำคนนั้นหันมา เห็นเย่เฉินปรากฏอยู่ที่หน้าประตูห้องหนังสืออยู่คนเดียว เลยขมวดคิ้วถาม : “แกเป็นใครกัน ?”
“ฉัน !” เย่เฉินยิ้มหึ แล้วเอ่ย “ฉันเป็นคนที่ต่อให้พวกแกแปดคนรวมกันก็หือไม่ได้”
คนนั้นตะลึงไป ทันทีหลังจากนั้นเขาก็หัวเราะเอ่ยด้วยความเหยียดหยาม : “เป็นเรื่องตลกจริง ๆ ! ไม่กลัวเอวขัดยอกฉับพลันก่อนคุยโวหรือ ลำพังแค่แกคนเดียว ก็อยากเป็นปฏิปักษ์กับพวกเราแปดคน แกรู้ประวัติฉันไหม ?”
เย่เฉินหัวเราะพลางพยักหน้า : “รู้สิ แกก็เป็นผู้บัญชาการขององครักษ์ทหารม้ากล้าอะไรนั่นไม่ใช่หรอกเหรอ ? อย่าพูดถึงพวกแกแปดคนเลย ต่อให้แปดสิบคนแล้วจะยังไง ?”
คนนั้นนึกไม่ถึงเลยว่าเย่เฉินถึงกับรู้เส้นสนกลในของตัวเอง นอกเหนือจากความประหลาดใจ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงจนหาที่เปรียบไม่ได้ พลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกพร้อมกับจิตสังหารที่เต็มเปี่ยมในดวงตา : “ไอ้หนู แกรนหาที่ตายจริง ๆ !”
พูดจบ เขาก็แบกปืนขึ้นทันที จะลั่นไกไปทางเย่เฉิน
เย่เฉินไม่หลบเลยสักนิด จู่ ๆ แสงเย็นยะเยือกประกายในมือ ตามมาด้วยได้ยินเสียงคมชัดที่อีกฝ่ายลั่นไก แต่ที่ประหลาดคือ นอกเหนือจากเสียงแคร่กนั้นแล้ว ทุกคนไม่ได้ยินเสียงปืนเลย
ตัวที่เป็นผู้นำคนนั้นก็ชะงักไป เขาก้มมองปืนไรเฟิลจู่โจมในมือของตัวเองตามจิตใต้สำนึก พบว่าปืนในมือไม่มีความผิดปกติใด ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไม ยิงลูกกระสุนไม่ออก
ครั้นแล้ว เขาจะไปดึงสลักไกปืนอีกครั้งตามจิตใต้สำนึก แต่ที่นึกไม่ถึงคือ เพิ่งดึงไปหน่อย ผลลัพธ์จู่ ๆ ตัวครอบด้านบนของปืนไรเฟิลจู่โจมทั้งหมดถูกตัวเองดึงลงมาหมดเลย !
ในใจเขาหวาดผวาขั้นสุด ยังนึกว่าปืนมีปัญหาอะไรซะแล้ว
คราวนี้ ลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเขาเหมือนเห็นกับผีอย่างไรอย่างนั้น ชี้ปืนที่อยู่ในมือเขา พูดอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ : “ผู้......ผู้บัญชาการ……ปืนของคุณ……”
“ไม่เชื่อ ?” เย่เฉินเลิกคิ้ว ยิ้มอย่างครุ่นคิด แล้วเอ่ยปาก : “ดูท่าคำโบราณเขาพูดถูก คนเราน่ะ ไม่เห็นโลงศพเขาก็ไม่หลั่งน้ำตาหรอก !”
ว่าแล้ว จู่ ๆ สีหน้าของเย่เฉินก็เย็นยะเยือก พลันเอ่ยด้วยเสียงเฉียบขาด : “ในเมื่อไม่เชื่อ งั้นก็ให้แกได้ลองดูหน่อย !”
พูดจบไม่ทันไร ในมือของเย่เฉินก็ปรากฏแสงเย็นยะเยือกอีกครั้งหนึ่ง
ครั้งนี้ คนที่เป็นผู้นำคนนั้นยังไม่ทันได้สติ ก็เห็นอีกครึ่งท่อนของปืนไรเฟิลจู่โจมที่อยู่ในมือ ถึงกับหล่นลงไปจากกลางอากาศเช่นเดียวกัน
ตอนที่เขางงงวยอยู่ในใจว่าเย่เฉินทำยังไงถึงทำได้กันแน่อยู่นั้น จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าไหล่ขวาของตัวเองมีความเจ็บปวดแผ่ซ่าน
เขาดูจุดที่เจ็บปวดตามสัญชาตญาณ จึงจะพบว่าตรงไหล่ขวาเหลือเพียงบาดแผลขนาดใหญ่เท่าปากชาม !

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...