“อ๊า……ฉัน……”
ถูกเย่เฉินถามกะทันหัน ผู้อาวุโสคนนั้นดูเหมือนตึงเครียดมากในตอนแรก
เขาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี และก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรบ้าง ทำได้แต่เงยหน้ามองเด็กสาวงดงามคนนั้นที่อยู่ด้านข้างตามจิตใต้สำนึก
เด็กสาวเห็นว่าเป็นเช่นนี้ เลยรีบเอ่ย : “คุณปู่……ตอนนี้จนถึงขั้นนี้แล้ว คุณก็บอกความจริงกับคุณคนนี้เถอะค่ะ ! ”
“ผม……” ผู้อาวุโสนึกไม่ถึงว่าเด็กสาวจะถึงกับพูดขนาดนั้น ในตอนแรกเลยยิ่งไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
อย่างไรซะ เขาเป็นเพียงข้ารับใช้ที่อยู่ข้างกายคุณหนู คุณหนูเรียกตัวเองว่าคุณปู่ต่อหน้าทุกคน เขาสามารถเข้าใจได้ เขาสามารถฟังความหมายที่อยู่ในคำพูดของคุณหนูออก คือต้องการแสร้งความสัมพันธ์ปู่หลานกับตัวเอง
แต่ว่า จู่ ๆ ตอนนี้คุณหนูต้องการให้ตัวเองพูดความจริง นี่เลยทำให้ตัวเองสับสน
เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่า ความจริงควรพูดอย่างไรกันแน่
เด็กสาวคนนั้นฉวยโอกาสตอนที่ผู้อาวุโสยังไม่ได้ปล่อยไก่ รีบแย่งนำไปก่อนก้าวหนึ่ง พูดกับเย่เฉิน : “คุณคะ คุณปู่ของฉันเขาตัดสินใจไม่ได้ มิสู้ให้ฉันอธิบายให้คุณดีกว่า”
เย่เฉินไม่ได้มองเห็นความแปลกประหลาดระหว่างเด็กสาวกับผู้อาวุโสออก เห็นเด็กสาวเต็มใจบอกสาเหตุ เลยพยักหน้าเอ่ย : “สาวน้อย เชิญว่ามาได้เลย”
เด็กสาวอดไม่ได้ที่จะเม้มปากยิ้ม จากนั้นเอ่ยปาก : “อันที่จริง สาเหตุที่คนกลุ่มนี้ต้องการจับฉันกับคุณปู่ฉัน เป็นเพราะคนคนนั้นที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา ต้องการของล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่คุณพ่อฉันทิ้งไว้ให้”
“ของล้ำค่า ?” เย่เฉินได้ยินคำนี้ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจอยู่หน่อย : “ของล้ำค่าอะไรที่คุ้มค่าให้ผู้มีพระคุณของพวกเขาคิดหาวิธีการอย่างสุดความสามารถก็ต้องให้ได้มาเช่นนี้ ?”
แม้ว่าเย่เฉินไม่รู้ว่าผู้มีพระคุณคนนั้นชื่อแซ่อะไร และไม่รู้ว่าผู้มีพระคุณนั่นมีความสามารถแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่เขายังคงสามารถเห็นส่วนปลีกย่อย ผ่านการเข้าใจองค์กรนี้ในปริมาณน้อยในตอนนี้ได้
และนี่ก็เป็นครั้งแรกของเย่เฉินด้วยเช่นเดียวกัน ที่เห็นเครื่องมือทางธรรมที่มีคุณค่าที่แท้จริงในมือของคนอื่น !
เขายังนึกว่าสาวน้อยคนนี้เองก็มีปราณทิพย์เหมือนกับตัวเอง ครั้นแล้วเลยแบ่งปราณทิพย์สองสามส่วนค่อย ๆ ตรวจสอบเด็กสาวคนนี้อย่างเงียบ ๆ ตามจิตใต้สำนึก
แต่ว่า พอตรวจสอบไปแล้ว เขาหาร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับปราณทิพย์จากตัวเด็กสาวคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด
ซึ่งก็หมายถึง เด็กสาวคนนี้ไม่มีปราณทิพย์อย่างแน่นอน ไม่มีทางที่จะเป็นคนที่อยู่ในทางเดียวกันกับเย่เฉิน
ครั้นแล้ว เย่เฉินจึงอดไม่ได้ที่จะถามเธอ : “สาวน้อย แหวนวงนี้ มีที่มาที่ไปยังไงกันแน่ ?”
เด็กสาวเอ่ยเบา ๆ : “แหวนวงนี้คุณพ่อเป็นคนทิ้งเอาไว้ให้ฉัน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...