เย่เฉินถามอีก : “งั้นพ่อเธอไม่ได้บอกเธอหรือว่าแหวนวงนี้มีความพิเศษอะไร ?”
“ไม่เลย” เด็กสาวพูดเอาจริงเอาจัง : “พ่อฉันเพียงแค่บอกว่า แหวนวงนี้ไม่ธรรมดา ให้ฉันเก็บรักษาให้ดี ไม่ให้มันตกอยู่ในเงื้อมมือของคนชั่ว”
พูดจบ เธอก้มหน้าบ่นพึมพำอยู่พักหนึ่ง จู่ ๆ เงยหน้ามองเย่เฉิน พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว : “คุณคะ หากว่าวันนี้คุณสามารถปล่อยให้ฉันกับคุณปู่รอดชีวิต ฉันยินดีมอบแหวนวงนี้ให้คุณ อย่างไรซะของสิ่งนี้อยู่ในมือฉันก็ไม่เกิดผลใด ๆ มีแต่จะดึงดูดหายนะมา หลังจากมอบให้คุณ ฉันกับคุณปู่จะหาสถานที่ปลอดภัยอยู่กันอย่างสันโดษ จากนี้ก็ไม่ต้องรับการบุกรุกพวกนี้อีกแล้ว”
ผู้อาวุโสที่อยู่ข้าง ๆ ตกใจจนพูดไม่ออกในทันที เขาถลึงตาโตมองสาวน้อย ใช้สายตาบอกเธอว่าอย่าได้วู่วามขนาดนี้เด็ดขาด
แต่คราวนี้เด็กสาวกลับยิ้มเจื่อน พูดกับเขาว่า : “คุณปู่คะ ของชิ้นนี้ เราไม่มีความสามารถปกป้อง เอาอยู่ไว้ ไม่เพียงแต่ปกป้องมันไม่ได้ ยังมีความเป็นไปได้มากว่าจะถูกคนเลวแย่งเอาไป”
ว่าแล้ว เธอพูดด้วยความเด็ดเดี่ยว : “แทนที่จะเป็นแบบนี้ มิสู้มอบให้คุณคนนี้ ! ฉันเห็นว่าคุณคนนี้หน้าตามีเมตตา จะไม่ให้มันตกสู่แนวทางที่ผิดอย่างแน่นอน และคุณคนนี้มีพลังมาก จะต้องสามารถปกป้องแหวนวงนี้ได้อย่างรอบด้านอย่างแน่นอน !”
เย่เฉินถามเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น : “สาวน้อย ในเมื่อพ่อของเธอมอบให้เธอ และไม่ให้มันตกอยู่ในเงื้อมมือของคนชั่ว งั้นเธอไม่กลัวว่าฉันเป็นคนชั่วเหรอ ?”
“ไม่กลัว” เด็กสาวส่ายหน้า เอ่ยอย่างจริงจัง : “ฉันเชื่อว่าคุณไม่ได้มาเพื่อแหวนวงนี้อย่างแน่นอน แต่คุณปรากฏในสถานการณ์อันตรายมาก แม้ฉันไม่กล้าพูดว่าคุณมาเพื่อช่วยฉันกับคุณปู่อย่างเต็มปากก็ตาม แต่ฉันเชื่อว่าอย่างน้อยสาเหตุนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ดังนั้นฉันสามารถยืนยันได้ว่าคุณไม่ใช่คนเลวอย่างแน่นอน”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อยโดยไม่ปริปากพูด จากนั้นมองแหวนวงนั้นในมือของเธอ
พูดจากใจ เย่เฉินมีความปรารถนาต่อแหวนวงนี้อยู่หน่อยจริง ๆ
อย่างไรซะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเครื่องมือทางธรรมในมือของคนอื่น ดังนั้นเขาเลยอยากรู้มากว่า เครื่องมือทางธรรมนี้มีประสิทธิภาพพิเศษอะไรอยู่กันแน่
เด็กสาวพยักหน้า มืองดงามโยนไปทันที แหวนวงนั้นก็หมุนเป็นวงกลมวาดเป็นเส้นโค้งอันงดงามอยู่กลางอากาศ แล้วตกลงที่เบื้องหน้าเย่เฉิน
เย่เฉินยื่นมือไปจับแหวนไว้ในกำมือ จากนั้นส่งเสี้ยวปราณทิพย์เล็กน้อยเข้าไปข้างใน อยากดูว่าแหวนวงนี้ซ่อนความลับอันลี้ลับอะไรไว้กันแน่
แต่ว่า หลังจากปราณทิพย์เข้าไปข้างในแหวน ก็หายวับไปเหมือนกับหินที่จมลงไปในน้ำอย่างไรอย่างนั้นเลย
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย แอบครุ่นคิดอยู่ในใจ : “ในนี้มีค่ายกลอะไรอยู่กันแน่ ? ทำไมปราณทิพย์เข้าไป แหวนกลับไม่มีการตอบสนองอะไรเลยล่ะ ?”
คิดถึงตรงนี้ เย่เฉินก็ส่งปราณทิพย์ที่มากยิ่งกว่าเมื่อกี้นี้เข้าไปข้างในนั้นโดยไม่แสดงสีหน้าอีกครั้งหนึ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...