เย่เฉินเอ่ยราบเรียบ : “ขอเพียงพวกนายเต็มใจถวายความจงรักภักดีต่อฉัน ฉันยอมมีวิธีถอนพิษร้ายแรงที่อยู่ในร่างกายพวกนาย ให้พวกนายไม่ต้องรับการคุกคามและความกลัดกลุ้มจากสารพิษอีกนับจากนี้เป็นต้นไป”
คนนั้นที่เป็นผู้นำพูดโดยไม่ต้องคิด : “คุณครับ ! หากว่าคุณสามารถถอนพิษรุนแรงในร่างกายของเราให้ได้จริง เรายินดีถวายความจงรักภักดีให้คุณไปชั่วชีวิต หากว่ามีการไม่เชื่อฟัง ต้องตายโดยไร้ที่ฝังศพ !”
คนหกที่เหลือ ในตอนนี้ก็พากันแสดงความเห็นตื่นเต้นขั้นสุด
เย่เฉินสามารถสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นและความจริงใจจากคนพวกนี้ ดูท่า แม้พวกเขาหลุดพ้นจากสถานะของทหารหน่วยกล้าตายแล้ว แต่ความแค้นในใจที่มีต่อองค์กร ไม่ด้อยไปกว่าทหารหน่วยกล้าตายที่ยังคงตะเกียกตะกายอยู่ชั้นล่างสุดพวกนั้นเลยสักนิด
ครั้นแล้ว เขาเอ่ยราบเรียบ : “ภายในอนาคตไม่กี่ชั่วโมง เกรงว่าองค์กรของพวกนายคงจะไม่ส่งคนมาที่ยุโรปเหนืออีกแล้ว พวกนายสามารถใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้มุ่งหน้าไปเมืองออสซูเมืองหลวงยุโรปเหนือแต่โดยเร็ว เพื่อไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองออสซู ฉันจะให้คนไปรับพวกนายที่นั่น”
เย่เฉินไม่คุ้นเคยเมืองออสซูนัก และไม่อยากให้คนพวกนี้ไปรวมกำลังที่เขตตัวเมือง ดังนั้นเลยคิดไอเดียที่ยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองออสซู การหายอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองออสซูให้เจอนั้น ไม่ว่าองครักษ์ทหารม้ากล้าเจ็ดคนนี้ หรือว่าว่านพั่วจวินก็ตามต่างไม่นับว่ายากนัก ถึงตอนนั้นตัวเองสามารถให้ว่านพั่วจวินไปรับเจ็ดคนนี้ที่ยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองออสซูแล้วพากลับมาที่ซีเรีย
ทั้งเจ็ดคนนี้ได้ยินคำพูดนี้ แทบจะไม่มีความสงสัยใด ๆ เลย คนที่เป็นผู้นำคนนั้นก็เอ่ยปาก : “คุณครับ คุณหวังให้เราออกเดินทางเมื่อไหร่ครับ ?”
เย่เฉินเอ่ยราบเรียบ : “ออกเดินทางตอนนี้เลย จำไว้ว่าต้องจัดการเบาะแสระหว่างทางให้หมดด้วยล่ะ”
คนที่เป็นผู้นำคนนั้นเอ่ยด้วยความตื่นเต้น : “คุณวางใจได้ครับ เราจะไม่หลงเหลือร่องรอยใด ๆ ไว้อย่างแน่นอนครับ !”
“อืม” เย่เฉินพยักหน้า เอ่ยกำชับ : “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็รีบออกเดินทางเถอะ”
ว่าแล้ว เธอก็มองเย่เฉิน ถามกลับ : “ในเมื่ออีกเดี๋ยวฉันก็จะลืม งั้นคุณยังมีอะไรให้กังวลอีกเล่า ?”
เย่เฉินลังเลอยู่เล็กน้อย จากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พูดอย่างใจกว้าง : “ฉันชื่อเย่เฉิน”
“เย่เฉิน……” สาวน้อยพูดซ้ำรอบหนึ่ง พยักหน้าเบา ๆ ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น : “คุณเย่น่าจะเป็นคนหัวเซี่ยสินะ ?”
เย่เฉินพยักหน้า เอ่ยราบเรียบ : “ใช่แล้ว”
เด็กสาวยิ้มเล็กน้อย เอ่ยกับเย่เฉิน : “คุณเย่ บุญคุณของคุณ ฉันจะจดจำเอาไว้ หากว่าในอนาคตยังมีโอกาส ฉันจะตอบแทนให้เป็นทวีคูณอย่างแน่นอนค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...