เย่เฉินโบกมือเล็กน้อย เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจเลยสักนิด : “ไม่ต้องหรอก ฉันช่วยเธอกับคุณปู่เธอ เธอมอบแหวนวงหนึ่งให้ฉัน ระหว่างเราหายกันแล้ว หวังว่าปู่หลานพวกเธอทั้งสองคน จะปลอดภัยในอนาคต”
พูดจบ เขาก็โบกมือให้ใหญ่ ส่งปราณทิพย์จำนวนมากเข้าสู่ร่างกายทั้งสองคน
ผู้อาวุโสคนนั้นแทบจะหมดสติไปในชั่วพริบตา หลินหว่านเอ๋อร์ก็หลับตาลงตามไปเช่นกัน
เย่เฉินเห็นสองคนนี้หมดสติแล้ว ก็ใช้ปราณทิพย์ลบความทรงจำของทั้งสองคนออกไป จากนั้นเดินออกคฤหาสน์ที่อยู่ในชนบทหลังนี้ไปคนเดียว สาวเท้าออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว กลับวิลล่าเฮเลน่าที่เบอร์เกน
หลังจากเขาเดินไปได้สิบนาที ผู้อาวุโสคนนั้นก็ฟื้นขึ้นมาก่อน
เห็นเบื้องหน้าระเกะระกะ แล้วยังมีศพคนแปลกหน้าอยู่ร่างหนึ่ง เขาตกใจทันที จากนั้นเห็นคุณหนูนอนคว่ำหมดสติอยู่บนโต๊ะหนังสือ จึงรีบพุ่งเข้ามาเลย ตะโกนด้วยความตึงเครียด : “คุณหนู !”
จู่ ๆ หลินหว่านเอ๋อร์ลืมตาขึ้น เธอเห็นผู้อาวุโส จึงยิ้มเล็กน้อย แล้วเอ่ย : “ตื่นแล้วเหรอ”
ผู้อาวุโสพูดด้วยความตื่นตระหนกไม่หยุด : “คุณหนูครับ สมอง……สมองของผมเหมือนจะมีปัญหาครับ ผมจำได้ว่าคุณให้ผมไปจัดการให้คนเก็บของเพื่อรีบไปจากยุโรปเหนือ แต่ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงหมดสติไป แถมยัง……แถมผมยังรู้สึกว่าขาดความทรงจำส่วนหนึ่งไปด้วย……”
หลินหว่านเอ๋อร์ พยักหน้า เอ่ยราบเรียบ : “รู้สึกว่ามีความทรงจำขาดหายไป เป็นเพราะมีคนลบความทรงจำของคุณไปไง”
ผู้อาวุโสตะลึงอ้าปากค้าง แล้วเอ่ย : “มีคนสามารถลบความทรงจำคนอื่นได้จริงเหรอครับ ?”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่งเสียงอืม เอ่ยทอดถอนใจ : “ก็ใช่น่ะสิ เขายังอยากลบความทรงจำของฉันไปพร้อมกันด้วยอีกนะ”
พูดจบ เธอโบกมือ เอ่ยกับผู้อาวุโส : “ช่างเถอะ คุณไปเก็บของหน่อยเถอะ นอกจากของที่จำเป็นแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ต้องการแล้ว”
“ได้ครับคุณหนู กระผมขอตัวครับ !” ผู้อาวุโสพูดด้วยความเคารพนบนอบจบ ก็หัวตัวจากห้องหนังสือไป
หลังจากผู้อาวุโสเดินไป หลินหว่านเอ๋อร์หยิบแผ่นจารึกวิญญาณไม่ใหญ่ชิ้นหนึ่งออกมาจากในลิ้นชักโต๊ะหนังสือ ด้านบนเขียนอักษรตัวใหญ่ไว้แปดตัว : ป้ายวิญญาณหลินจู๋ว์หลูบิดาผู้ล่วงลับ
หลินหว่านเอ๋อร์มองป้ายวิญญาณชิ้นนี้อย่างละเอียด พูดพร่ำเบา ๆ : “พ่อคะ ลูกอกตัญญู แหวนที่พ่อสู้ตายแล้วทิ้งไว้ให้หนู หนูมอบให้คนอื่นไปแล้ว ไม่ใช่ว่าลูกไม่อยากปกป้องมันอย่างรอบด้าน แต่ว่าความสามารถนั้นมีจำกัดจริง ๆ วันนี้หากไม่ใช่ว่าเย่เฉินนั่นปรากฏตัวกะทันหัน ลูกเกรงว่าคงตกอยู่ในมือของขโมยแล้ว หนูเห็นว่าเย่เฉินนั่นหน้าตาไม่เหมือนคนเลว และยังมีพลังวิเศษอีกด้วย แหวนอยู่ในมือของเขา น่าจะแสดงประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาได้อย่างเต็มที่”
ว่าแล้ว หลินหว่านเอ๋อร์ก็เอ่ยอีก : “จริงสิคะพ่อ เย่เฉินมีศัตรูคนเดียวกันกับเรา แถมดูแล้วในตอนนี้เขายังอยู่ในที่ลับ ไม่แน่ว่า ในอนาคตเขาสามารถแทงศัตรูที่มีร่วมกันกับเราได้ บรรลุความปรารถนาให้สำเร็จแทนพ่อได้ !”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...