ทั้งเจ็ดคนดีใจและตื่นเต้น ความรู้สึกที่มีต่อเย่เฉิน ก็เคารพและยำเกรงมากขึ้น
แม้คำพูดของเย่เฉินจะมีเพียงน้อยนิด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในระดับเดียวกัน
ความแข็งแกร่งของทหารม้ากล้าเหล่านี้ อ่อนแอเพราะมีพลังนี้คอยควบคุมพวกเขาเอาไว้ และพลังนี้ก็อ่อนแอกว่าความแข็งแกร่งของเย่เฉิน
ดังนั้น สำหรับพวกเขาแล้ว เย่เฉินเป็นบุคคลที่มีความแข็งแกร่งที่สุด ในบรรดากลุ่มคนที่พวกเขารู้จักทั้งหมด
ชายคนแรกลุกขึ้นจากเก้าอี้ อ้อมไปด้านหลังของเก้าอี้ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าเย่เฉิน พูดอย่างเคารพนอบน้อม“ ขอขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิต!”
หกคนที่เหลือ ก็ลุกขึ้นตามอย่างไม่ลังเล ถอยหลัง คุกเข่าลง แล้วพูดพร้อมกันว่า“ ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิต”
เย่เฉินพยักหน้าให้เล็กน้อย และพูดกับทุกคน“ลุกขึ้นเถอะ นั่งลงก่อนแล้วมาพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กรที่พวกคุณรับรู้ ดูว่ายังพอจะมีเบาะแสอะไรที่เป็นประโยชน์ได้บ้าง”
ชายคนนั้นพยักหน้ารับและพูดขึ้นมา“ได้โปรดวางใจ เราจะบอกทุกอย่างที่รู้ โดยไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย!”
เย่เฉินหันมองไปยังหลี่ญ่าหลิน แล้วกล่าว“พล.ต.ท.หลี่ คุณมีคำถามอะไรอยากจะถามไหม?”
หลี่ญ่าหลินพูดโพล่งออกมาอย่างไม่ต้องคิด“ผมมีคำถามมากมาย”
เย่เฉินพยักหน้า“งั้นคุณถามได้เลย ”
“ครับ ”หลี่ญ่าหลินหยิบเอาสมุดจดของตัวเองออกมา เมื่อครู่ที่เย่เฉินได้พูดคุยกับทุกคน เขาเองก็ได้เรียบเรียงคำถามที่ตัวเองอยากถามเอาไว้แล้ว
คนผู้นั้นตอบ “ขุนพลหัวเมืองเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฐานที่มั่นนั้น ควบคุมกำกับชีวิตความเป็นความตายของทุกคนในฐานที่มั่น”
หลี่ญ่าหลินขมวดคิ้วและถาม“ขุนพลหัวเมืองผู้สั่งการ ทหารม้ากล้า พวกคุณมีคำเรียกขานกันแบบนี้เหรอ เหมือนดูจะโบราณเอามากๆ มีที่มาที่ไปอะไรไหม?”
คนผู้นั้นอธิบายว่า“ทั้งหมดมาจากระบบการทหารของราชวงศ์หมิง”
หลี่ญ่าหลินโพล่งออกมา“องค์กรนี้ของพวกคุณ คงไม่ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงจนมาถึงทุกวันนี้หรอกนะ? ”
คนผู้นั้นกล่าว“พูดตามตรง ลำพังแค่ทหารหน่วยกล้าตายที่ตกเป็นทาส ก็สามารถไล่ประวัติย้อนหลังอย่างน้อยสามร้อยปีได้ ดังนั้นระยะเวลาขององค์กรนี้ที่ก่อตั้งขึ้นมา ก็อาจเป็นไปได้ว่ามีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นแค่การคาดเดาของผมเท่านั้น ความจริงจะเป็นยังไงก็ไม่อาจรู้ได้”
หลี่ญ่าหลินอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง จากนั้นเขาก็รวบรวมสติ และถามต่อ“แล้วพวกคุณมีข้อมูลของขุนพลหัวเมืองคนนี้หรือเปล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...