พื้นที่ภายในของหอบังคับการนั้นมีขนาดใหญ่ ที่ชั้นสามนอกจากมีห้องใหญ่ที่คนทั้งสองในตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยไฟราคะแล้ว ยังมีห้องประชุมขนาดใหญ่อีกหนึ่งห้อง กับห้องอาหารและห้องน้ำอย่างละห้อง
เย่เฉินเดินผ่านห้องเหล่านี้ ในตอนที่มาถึงยังหน้าห้องที่อยู่ด้านในสุด สงครามของคนทั้งสองก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ในตอนนี้ ก็ได้ยินเสียงของเสื้อผ้าที่เสียดสีกันไปมาเพื่อสวมใส่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า“รอผมเดี๋ยว ผมขอไปดูห้องควบคุมก่อน ”
อีกคนไม่พูดอะไร ได้ยินเพียงเสียงจูบของคนทั้งสอง จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ขยับเข้ามาที่ตรงประตู
เย่เฉินถือมีดทะลุวิญญาณไว้ในฝ่ามือขวาแล้วรอ ในตอนที่ประตูถูกดึงเปิดออกจากทางด้านใน เขาก็เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกจากประตูมา ไม่รอให้อีกฝ่ายได้รู้ตัว เย่เฉินปรี่เข้าประชิดอย่างไว มือซ้ายคว้าหมับเข้าที่ลำคอของอีกฝ่ายแน่น จากนั้นก็ใช้เท้าถีบประตูให้ปิดลง
พลังวิชาของอีกฝ่ายอยู่ในแดนสว่างชั้นสูงสุด เมื่อเห็นเย่เฉินพุ่งเข้ามา สองมือก็ยกขึ้นตอบโต้กลับอย่างอัตโนมัติ
แต่ว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบโต้กลับ เย่เฉินก็ใช้ปราณทิพย์เพียงเล็กน้อยสะกดการรับรู้ของชายที่อยู่ตรงหน้า ให้เขาเป็นเหมือนเฉินจงเหล่ยราชันสงครามของสำนักว่านหลงในตอนนั้น ที่ไม่สามารถจะควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้
ชายผู้นี้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น การรับรู้ถูกควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์ ร่างกายยืนนิ่งอยู่กับที่ หรือแม้แต่เปลือกตาก็ไม่สามารถจะขยับได้
หลังจากที่จัดการกับคนคนนี้เรียบร้อย เย่เฉินตั้งใจจะทำอย่างเดียวกันนี้ ควบคุมผู้หญิงที่อยู่ข้างในคนนี้ด้วย จากนั้นค่อยมาสอบปากคำเขา
และในตอนนี้ เนื่องจากด้านในของประตูมีทางเดินที่ทอดยาวเกือบสองเมตร ดังนั้นผู้หญิงที่อยู่ภายในห้องก็จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่เมื่อเย่เฉินเดินเข้ามายังด้านในของห้อง ก็ต้องพบว่า คนที่กำลังแต่งตัวอยู่ที่ข้างเตียงในขณะนี้ กลับเป็นคนแก่ที่อายุห้าสิบเกือบหกสิบเห็นจะได้ !
เมื่อตาแก่เห็นคนในชุดดำบุกเข้ามา ก็ตื่นตกใจ เอื้อมมือไปจะหยิบปืนที่หัวเตียง!
ในระดับขั้นของนักบู๊ นอกเหนือจากแดนสว่างที่ใช้เส้นลมปราณมาแยกวัดระดับขั้นกันแล้ว แดนมืด แดนมิติและแดนปรมาจารย์ ก็แบ่งออกเป็นหนึ่งถึงชั้นเก้าเหมือนกัน
ว่านพั่วจวินที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่แดนมืดได้ ตอนนี้ยังอยู่ในระดับพื้นฐานของแดนมืดชั้นหนึ่ง
แต่ว่า ตาแก่คนนี้ กลับอยู่ในแดนมืดชั้นสามแล้ว
ด้วยความแข็งแกร่งของเขา หากวันนี้ว่านพั่วจวินมาอยู่ตรงหน้าเขา ก็คงต้านรับไม่พ้นสามกระบวนท่าแน่นอน
และตาแก่คนนี้ก็ไม่คิดเหมือนกันว่า พลังวิชาของเย่เฉินนั้นจะแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้ ตัวเองอยู่ตรงหน้าเขา ก็แทบไม่มีกำลังจะโต้ตอบใดๆ จึงดิ้นรนไปมาแล้วถาม“แก……แกเป็นใคร?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...