“แม้บางคนเส้นลมปราณแปดเส้นจะถูกเปิดแล้ว แต่ทั้งชีวิตก็ไม่สามารถจะบรรลุถึงแดนสว่างชั้นสูงสุดได้ และไม่มีทางที่จะบรรลุแดนมืดได้ แต่ว่า หากเข้าร่วมค่ายฮูเบน ต่อให้จะถูดจัดให้อยู่ในระดับC ก็สามารถจะบรรลุได้ภายในระยะเวลาสิบปี เป็นยอดฝีมือแดนมืดชั้นหนึ่ง ผมอยู่ค่ายฮูเบนมายี่สิบปี จากนักบู๊แปดดาว ก็กลายมาเป็นแดนมืดชั้นสามได้ นี่เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคาดหวังมาก่อน นักบู๊แบบผม ยอมเข้าร่วมกับองค์กรอย่างยินยอมพร้อมใจ ก็เพราะมีโอกาสแบบนี้ ”
เย่เฉินไม่คิดว่า ภายในองค์กรนี้ยังมียอดฝีมือแดนมิติอยู่ด้วย จนตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ ว่ายอดฝีมือแดนมิตินั้นแข็งแกร่งเพียงใด
ด้วยความประหลาดใจ เขาก็ถามต้วนลี่เย่ต่อ“ฟังที่คุณพูดมา คุณเพิ่งจะมาเข้าร่วมกับองค์กรพั่วชิงอย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่”ต้วนลี่เย่กล่าว“เดิมทีผมเป็นแค่ลูกศิษย์ในสำนักเล็กๆ ในสำนักผมก็ถือว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์อยู่บ้าง เมื่อสามสิบปีก่อน อาจารย์ของผมไปล่วงเกินยอดฝีมือขององค์กรพั่วชิงคนหนึ่งเข้า อีกฝ่ายบุกมาถึงที่สำนัก แล้วฆ่าอาจารย์กับพี่น้องในสำนักจนตาย และเพราะผมมีพรสวรรค์ และยอมจำนนในตอนแรก ก็จึงได้รับความชื่นชมจากอีกฝ่าย ดังนั้นอีกฝ่ายก็จึงชักนำผมให้เข้าร่วมองค์กรพั่วชิง”
เย่เฉินถามต่อ“แล้วพิษในร่างกายคุณเป็นมายังไงกัน?”
ต้วนลี่เย่กล่าว“ใครที่คิดอยากจะเข้าร่วมองค์กรพั่วชิง ก็ต้องกินยาพิษนั้นเข้าไป ในตอนที่เข้าร่วมใหม่ๆ ยาที่ผมได้รับกับของทหารหน่วยกล้าตาย และทหารม้ากล้านั้นเป็นแบบเดียวกัน ต้องได้รับยาแก้พิษในทุกๆอาทิตย์ แต่อยู่ค่ายฮูเบนมายี่สิบปี ในตอนที่ออกจากค่ายฮูเบน องค์กรได้ให้ยาพิษตัวใหม่กับผม ยาพิษชนิดนี้รุนแรงกว่า และระยะเวลาการออกฤทธิ์ของมันก็ยืดยาวออกไปเป็นในทุกๆครึ่งปี ก็จึงมีอิสระมากขึ้น”
เย่เฉินพยักหน้า แล้วถาม“อย่างที่คุณพูดค่ายฮูเบนก็คือฐานฝึกสำหรับผู้เก่งกาจวิชาบู๊ขั้นสูง”
“จะเป็นไปได้ยังไง?”ต้วนลี่เย่พูดโพล่งออกมาอย่างไม่คิด“ยี่สิบปีที่อยู่ค่ายฮูเบน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกชั่วโมง ทุกนาทีผ่านไปอย่างคุ้มค่าที่สุด ยี่สิบปีที่อยู่ที่นั่น จากนักบู๊แปดดาวผมบรรลุจนถึงแดนสว่างชั้นสูงสุด และจากแดนสว่างชั้นสูงสุดก็กลายมาเป็นแดนมืดชั้นหนึ่ง จากนั้นก็ชั้นสองและสาม จนผมอายุแปดสิบห้า ยี่สิบปีที่อยู่ค่ายฮูเบน เป็นชีวิตที่สมบูรณ์ที่สุดในยี่สิบปี!”
เย่เฉินไม่คิดว่า ต้วนลี่เย่ที่ดูจะอายุแค่หกสิบต้นๆ แต่แท้จริงแล้วจะอายุถึงแปดสิบห้าปีแล้ว
ทว่า เพราะต้วนลี่เย่เป็นยอดฝีมือแดนมืด และยอดฝีมือแดนมืดนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีอายุขัยอยู่ที่120-130ปีขึ้นไปอยู่แล้ว ดังนั้นเขาก็จึงดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...