ต้วนลี่เย่ตอบว่า: "เด็กที่เล็กเกินไปยังขนาดการควบคุมตัวเอง หากปล่อยให้พวกเขาไปร่ำเรียนในโรงเรียนสังคม ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะพูดผิดทำผิดอย่างมากมาย ฉะนั้นองค์กรพั่วชิงจะทำการสอยภายในให้พวกเขาก่อน โดยสั่งสอนวิชาความรู้ให้พวกเขาไปพลาง ก็ขอให้พ่อแม่ของพวกเขาเสริมความตระหนักในเรื่องการรักษาความลับอย่างต่อเนื่อง พอหลังจากที่เด็กเริ่มออกไปเรียนมัธยมปลายข้างนอก ก็จะเริ่มให้พวกเขากินยา ทำให้พวกเขามีพิษอยู่ในร่างกาย เพื่อจะได้แน่ใจว่าควบคุมได้"
พูดจบ ต้วนลี่เย่กล่าวอีกว่า: "เพียงแต่เงินเดือนและสวัสดิการของพวกเขาดีกว่าทหารม้ากล้ามาก ประการแรกคือไม่ต้องลำบากลำบนฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ อีกประการหนึ่งก็คือไม่ต้องกินยาแก้พิษอาทิตย์ละครั้ง และก็เหมือนกันกับฉัน ที่กินครึ่งปีละหนึ่งครั้ง อีกทั้งถ้าหากพวกเขาเรียนดีและยังมีความรู้ความสามารถเพียบพร้อมจริงๆ ในอนาคตหลังจากรับช่วงต่อกิจการแล้ว ก็จะสามารถทำงานเป็นคนชนชั้นสูงได้ กระทั่งมีสถานะเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงก็สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ ปัจจัยในการดำรงชีวิตก็จะดีกว่าทหารม้ากล้าอย่างมาก"
เย่เฉินฟังถึงจุดนี้ ก็เข้าใจในทันที
เมื่อเป็นเช่นนี้ ป้าเล็กคนนั้นของตนเอง รวมทั้งครอบครัวของเธอ ก็น่าจะไม่ได้เป็นสมาชิกระดับสูงอะไรในองค์กรพั่วชิง และมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นลูกหลานของทหารม้ากล้า มีเพียงพวกเขาที่มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างคนปกติในโลกแห่งความเป็นจริง
เมื่อคิดถึงจุดนี้ เย่เฉินถามต้วนลี่เย่ว่า: "หลายปีมานี้ที่คุณอยู่ในองค์กรพั่วชิง เคยได้ยินว่าองค์กรพั่วชิงนำคนส่งมาในสังคมหรือไม่ แล้วหลังจากนั้นก็จงใจทำให้คนคนนี้ใกล้ชิดและแต่งงานกับคนคนหนึ่งโดยเฉพาะ ทำให้กลายเป็นสายลับที่องค์กรพั่วชิงแฝงอยู่ข้างตัวของอีกฝ่าย?"
"เคยได้ยินครับ" ต้วนลี่เย่พยักหน้าแล้วกล่าวว่า: "เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาอย่างมาก ลูกชายลูกสาวของทหารม้าเหล่านี้หลังจากถูกส่งเข้าไปในสังคม องค์กรพั่วชิงก็จะกำหนดระบบคะแนนสำหรับพวกเขา เพียงแค่สร้างคุณงามความดีต่อองค์กรพั่วชิงก็จะสามารถรับคะแนนเพิ่มได้ คุณงามความดียิ่งมาก คะแนนก็ยิ่งเยอะ"
พูดจบ ต้วนลี่เย่ก็กล่าวต่อไปว่า: "เพียงแต่ ลูกหลานของทหารม้ากล้าเหล่านี้อยู่ในองค์กรพั่วชิง มีชื่อเรียกเฉพาะว่า ปัญญาชน"
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเรา และกล่าวถามเขาว่า: "ก็คือปัญญาชนสมัยโบราณที่สอบขุนนางเหรอ?"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...