และเวลาสองชั่วโมงหลังจากนี้ เย่เฉินก็ทำแบบเดียวกัน เจอกับหัวหน้าที่เหลือในทุกระดับของทหารม้ากล้า
สิ่งนี้ก็ทำให้เขาได้ทยอยเจอกับคนที่เป็นเหมือนหม่าเฉินเฟย จากผู้แจ้งเบาะแส แลกกับการเป็นคนทรยศที่องค์กรยอมรับ
และเย่เฉินก็ยังคงใช้คำพูดในแบบเดียวกันกับที่พูดกับหม่าเฉินเฟย ให้พวกเขาคิดว่าได้สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ แล้วให้พวกเขาไปต่อยอดกันภายในกลุ่มแก๊งของตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าคนของพวกเขาทั้งหมด จะถือผ้าขนหนูไว้ที่มือซ้าย ในตอนที่รวมตัวกันเพื่อกินยาแก้พิษในอีกเดี๋ยว เพื่อให้เย่เฉินสามารถระบุตัวตนได้
ในตอนนี้ ทหารม้ากล้ากว่าสองร้อยคน ได้แบ่งแยกออกเป็นสองกลุ่มอย่างไม่รู้ตัว
คนที่ยอมจะติดตามหลี่เนี่ยนจง ต่อสู้กับองค์กรพั่วชิง และช่วงชิงอิสรภาพ ก็ได้เตรียมพร้อมที่จะเข้ายึดเหมืองทองแดงทั้งหมดนี้แล้ว
แต่ว่า ยังมีทหารม้ากล้าบางคน แทบทนรอไม่ไหวที่อยากจะพิสูจน์ความจริงใจที่ตัวเองมีกับ“การทดสอบ”ในครั้งนี้
พวกเขาในตอนนี้รวมตัวกันอยู่ในห้องทำงานของหม่าเฉินเฟย หม่าเฉินเฟยเองก็บอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นให้พวกเขาได้ฟังอย่างเก็บซ่อนความตื่นเต้นไม่ได้ จากนั้นก็พูดอย่างดีอกดีใจ“วันนี้ยังดีที่ฉันฉลาด พบว่ายาพวกนั้นมีความผิดปรกติ ก็จึงจับพลัดจับผลู ผ่านการทดสอบของผู้มีพระคุณไปได้ หากฉันเกิดคิดตื้นๆขึ้นมา เป็นเหมือนพวกหลี่เนี่ยนจง อยากจะใช้โอกาสนี้หลุดพ้นไปจากการควบคุมขององค์กร เกรงว่าพวกเราก็คงได้จบเห่ไปแล้ว !”
คนเหล่านี้ที่ถูกหม่าเฉินเฟยคัดเลือกมา ก็เป็นเหมือนกันกับตัวเขาเอง วาดหวังว่าจะสามารถไต่เต้าได้สูงขึ้นไปอีกขั้นในองค์กร ดังนั้นหลังจากที่พวกเขาได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ละคนต่างก็ตื่นเต้นและดีใจกันอย่างที่สุด
เมื่อหม่าเฉินเฟยได้ยินเสียงจากวิทยุกระจายเสียง ก็ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น พูดอย่างทะเยอทะยาน“พี่น้องทุกคน ถึงเวลาที่ต้องทำงานใหญ่แล้ว!ทุกๆคน กลับไปเอาผ้าขนหนูแล้วถือมันไว้ที่ในมือข้างซ้าย เมื่อท่านทูตพิเศษเห็น ก็จะรู้ว่าพวกเรานั้นจงรักภักดีต่อองค์กรอย่างแน่นอน!”
มีคนถามเขา“พี่หม่า เราถือผ้าขนหนูเอาไว้ในมือมันจะดูแปลกๆหรือเปล่า หากมีคนถาม เราจะตอบยังไง?”
หม่าเฉินเฟยพูดโดยไม่ต้องคิด“จะไปสนใจพวกเขาทำไม หากมีคนถาม ก็บอกว่าอากาศร้อน เอาไว้เช็ดเหงื่อ ส่วนพวกเขาจะเชื่อหรือไม่นั้นทุกคนไม่ต้องไปสนใจ มันก็แค่ผ้าขนหนูผืนเดียว พวกเขาจะเดาอะไรได้?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...