ท่าทีของชิวจื้อหยวนสลับซับซ้อนอย่างมาก
เขาเองก็รู้ ว่าเข้าร่วมกับองค์กรพั่วชิงนั้น เป็นความคิดที่โง่อย่างที่สุด หากไม่ใช่เพราะในระยะเวลากว่าสิบปีนี้ไม่สามารถที่จะบรรลุได้สักที ให้ตาย เขาก็ไม่ยอมที่จะทำเรื่องที่น่าอัปยศแบบนี้
อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง แค่ในตอนที่อยู่สำนักว่านหลง ถึงเขาจะไม่ใช่คนมีอำนาจอะไร แต่ก็เป็นจู่ซือที่ทุกคนต่างเคารพนับถือ อำนาจและความสามารถนั้นก็อยู่เหนือกว่าว่านพั่วจวินเสียอีก
แต่หลังจากที่เข้าร่วมกับองค์กรพั่วชิงแล้ว เขาก็เป็นได้แค่ทาสคนหนึ่งขององค์กรพั่วชิง
สถานะอื่น หรือก็แค่องครักษ์คนสนิทของขุนพลหัวเมือง ดูเหมือนในสถานที่แห่งนี้จะอยู่ภายใต้คนคนเดียว และอยู่เหนือคนนับพัน แต่แท้ที่จริงแล้ว กับทหารม้ากล้าและทหารหน่วยกล้าตาย เขาไม่มีอำนาจสั่งการใดๆเลย
และเขาก็ไม่มีผู้ติดสอยห้อยตามใดๆ ได้แต่คอยตามขุนพลหัวเมืองแล้วให้เขาจิกหัวใช้ไปวันๆ
ส่วนในตอนนี้ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตัวเองนั้นได้กลายเป็นเชลยของเย่เฉินไปแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็คุกเข่าลงอย่างไม่ลังเล สองมือยกขึ้นคารวะเย่เฉิน พูดด้วยความเคารพ“คุณเย่ หากคุณไม่รังเกียจ ผมชิวจื้อหยวน ขอยอมเป็นม้าอยู่เคียงข้างรับใช้ท่าน !”
เย่เฉินพยักหน้ารับเล็กน้อย แล้วถามเขา“ข้อตกลงที่คุณกับขุนพลหัวเมืองคุยกันนั้นคืออะไร?เขาได้รับปากคุณไหม ว่านานแค่ไหนจะให้คุณได้เป็นยอดฝีมือแดนมืด?”
ชิวจื้อหยวนพูดไปตามความจริง“ตอบคุณเย่ ข้อตกลงที่ผมกับขุนพลหัวเมืองคุยกันนั้นคือจะอยู่รับใช้เขาเป็นเวลาสามปี หากในสามปีประพฤติตนดี ก็จะแนะนำผมไปยังค่ายฮูเบน และให้เข้าร่วมค่ายฮูเบน จากนั้นภายในระยะเวลาสิบปีจะให้บรรลุเป็นยอดฝีมือแดนมืด”
เย่เฉินยกยิ้มเล็กน้อย“รวมกันแล้วก็เท่ากับสิบสามปี”
“ครับ!”ชิวจื้อหยวนพยักหน้ารับแล้วกล่าว “อย่างเร็วสุดก็สิบสามปี ”
เย่เฉินกับชิวจื้อหยวนเพิ่งจะเจอกันครั้งแรก ดังนั้น สำหรับเขา เย่เฉินก็จึงยังไม่ไว้วางใจ
ใช้ความไม่เห็นแก่ตัวของเขาที่มีต่อว่านพั่วจวินในตอนนั้น มาอ้างอิงว่านิสัยของคนคนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
แต่ทว่า จะสามารถใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ต้องรอดูไปก่อนอีกสักระยะเวลาหนึ่งถึงจะรู้
ดังนั้น ตัวเองก็จึงไม่มีทาง ที่จะยกงานทุกอย่างของที่นี่ ให้เขาเป็นคนดูแลจัดการมันทั้งหมด
ว่านพั่วจวินเองก็เข้าใจถึงความกังวลที่เย่เฉินมี และคำพูดของเย่เฉินเมื่อครู่ก็ชัดเจนอย่างมาก โดยส่วนตัว เขาเป็นอาจารย์ของตัวเอง แต่ในส่วนของงาน เขาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง ในเรื่องงานส่วนรวม ตัวเองก็จะต้องเข้มงวดกับเขาด้วยเหมือนกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...