แมทธิว ปีเตอร์สันได้ยินคำพูดนี้แล้ว ตรงหน้ามืดลงแทบจะสลบไป หลังจากนั้นเขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าเฟ่ยเข่อซินลงโดยไม่ต้องคิด พลางสะอึกสะอื้นเอ่ยพูดขึ้น : “คุณหนูเฟ่ย ผมคือประธานกรรมการบริษัท ถ้าหากผมถูกFBIจับตัวไป ราคาหุ้นของบริษัทก็จะต้องตกลงอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นการลงทุนของตระกูลเฟ่ยก็จะได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน ขอร้องล่ะให้คุณเห็นแก่ตรงจุดนี้ และได้โปรดปล่อยผมไป คุณเองก็คงไม่หวังที่จะเห็นการลงทุนของตระกูลเฟ่ยสองสามพันล้านดอลลาร์ได้รับความเสียหายหรอกใช่ไหมครับ.....”
เฟ่ยเข่อซินเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา : “ประธานกรรมการบริษัทมีข่าวอื้อฉาวออกมา ในช่วงเวลาสั้นๆจะมีผลกระทบกับราคาหุ้นอยู่จริงๆ แต่พื้นฐานกิจการของบริษัทพวกคุณ ไม่ได้อยู่ที่คุณเพียงคนเดียว ดังนั้นเพียงแค่รอผลกระทบของข่าวอื้อฉาวนี้ค่อยๆหายไป ราคาหุ้นของบริษัทก็จะสูงกลับขึ้นมาได้อย่างแน่นอน”
หยุดชะงักไปแล้วเฟ่ยเข่อซินก็เอ่ยพูดขึ้นต่อ : “ส่วนที่ตระกูลเฟ่ยมีนั้นก็คือเงินทุน แล้วก็มีเวลาและความอดทนด้วยเช่นกัน ถึงตอนนั้นสามารถใช้ประโยชน์ราคาหุ้นที่ตกลงในช่วงนี้ ราคาต่ำจากหุ้นส่วนในมือที่ไม่ได้มีเงินทุนมากขนาดนี้ รวมทั้งเวลาและความอดทนที่ไม่ได้มีมากมายขนาดนี้ด้วยแล้ว รับซื้อหุ้นส่วนที่มากยิ่งขึ้น รอให้ตระกูลเฟ่ยได้รับสิทธิในการออกเสียง ก็สามารถแต่งตั้งประธานกรรมการบริษัทคนใหม่ขึ้นมารับช่วงบริษัทของพวกคุณได้ หากเป็นแบบนี้ รอให้ราคาหุ้นสูงขึ้นมา ตระกูลเฟ่ยไม่เพียงแค่จะสามารถควบคุมบริษัทของพวกคุณได้เท่านั้น ยังจะสามารถอาศัยโอกาสนี้หาเงินได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย”
“เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณถูกFBIจับตัวไป สำหรับตระกูลเฟ่ยแล้ว ไม่เพียงแค่จะไม่ได้รับความเสียหายเท่านั้น แต่กลับยังเป็นโอกาสที่ดีในการกดราคาให้ต่ำลงด้วย!”
พูดมาถึงตรงนี้แล้ว เฟ่ยเข่อซินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยพูดต่อ : “อ่อใช่สิ ถึงแม้ว่าคุณจะมีหุ้นส่วนอยู่10%อยู่ในบริษัท แต่เนื่องจากว่าคุณมายึดครองทรัพย์สินของบริษัท ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายโดยตรงเป็นห้าร้อยล้านดอลลาร์ ส่วนความเสียหายทางอ้อมนั้นอาจจะถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์หรืออาจจะมากกว่านั้น เรื่องนี้ บริษัทจะต้องฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยอย่างแน่นอน;”
“และศาลเองก็จะต้องเอาเงินสองสามร้อยล้านที่คุณได้มาอย่างผิดกฎหมาย ยึดทรัพย์มาแล้วจ่ายชดใช้ให้กับบริษัททั้งหมด แต่แม้จะเป็นแบบนี้ คุณก็ยังติดหนี้ของบริษัทอีกสองสามร้อยล้านดอลลาร์ หนี้นี้ ทางศาลจะต้องให้คุณใช้ทรัพย์สินส่วนตัวของคุณมาชดใช้อย่างแน่นอน เช่นนี้แล้ว นอกจากคุณจะต้องเอาที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายออกมาแล้ว ก็ยังต้องจ่ายความเสียหายนอกเหนือจากนั้นอย่างน้อยๆก็สองสามร้อยล้านดอลลาร์ คุณเชื่อได้เลยว่าทีมทนายของตระกูลเฟ่ย พวกเขาจะต้องพยายามให้ได้มาซึ่งตัวเลขที่สูงที่สุดอยู่แล้ว”
แมทธิว ปีเตอร์สันรู้สึกได้ถึงความวิงเวียนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แทบจะคิดไม่ถึง ว่าเฟ่ยเข่อซินจะกำจัดตัวเองให้สิ้นซากแบบนี้
แต่เฟ่ยเข่อซินก็ยังเอ่ยพูดขึ้นต่อ : “นอกจากจะให้คุณชดใช้ความเสียหายของบริษัทแล้ว ศาลก็ยังจะตัดสินลงโทษปรับให้คุณจ่ายเงินค่าปรับเป็นจำนวนมาก ถึงตอนนั้นถ้าหากเงินสดของตัวคุณเองไม่พอจ่ายค่าชดใช้หรือค่าปรับ ศาลก็จะต้องบังคับให้คุณขายหุ้นมาจ่าย อีกทั้งฉันคาดการณ์ไว้ว่าเรื่องนี้ผลักดันมาถึงขั้นนี้ได้ไม่นานนักหรอก และคงจะเป็นช่วงที่ราคาหุ้นตกลงจนถึงขั้นต่ำสุด เช่นนี้แล้ว หุ้น10%ของคุณ ก็จะถูกตระกูลเฟ่ยประมูลในราคาที่ต่ำสุด ส่วนเงินทุนประมูลขายที่ได้มาทั้งหมด หลังจากที่จ่ายค่าชดใช้และค่าปรับแล้ว เกรงว่าก็คงจะเหลือไม่เท่าไหร่แล้วล่ะ”
ว่าแล้ว เฟ่ยเข่อซินก็พูดเสริมขึ้นมาอีกครั้ง : “อ่อใช่สิ แล้วก็ยังมีเรื่องคุณกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะนั่น ถ้าหากเรื่องนี้ถูกพิสูจน์ความจริงแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม คุณก็จะต้องรับกับสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย ถ้าหากทนายของอีกฝ่ายอาศัยจังหวะนี้โจมตีคุณ อย่างน้อยๆคุณก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชยอีกเป็นสิบล้าน แบบนี้แล้ว คุณอาจจะไม่เหลืออะไรเลยก็ได้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...