ว่าแล้วผู้อาวุโสก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง : “คนแบบนี้ ใช้สถานะของตัวเอง ไม่เพียงแค่ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนอื่นสืบหาได้ อีกทั้งการใช้ชีวิตก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆด้วย”
“เนื่องจากว่านอกจากที่ผมบอกไปเมื่อครู่นี้ จำเป็นจะต้องอาศัยชื่อกับหมายเลขบัตรประชาชนถึงจะสามารถค้นหาข้อมูลเขาได้ เอกสารข้อมูลทั้งหมดของเขา ความจริงแล้วล้วนแต่เป็นช่องทางในการสืบค้นเพียงทางเดียว ;”
“อย่างเช่น ตำรวจค้นหาบัตรประจำตัวประชาชนของเขา เพียงแค่ตำรวจใช้อุปกรณ์ในการอ่านบัตรประชาชนของเขา ก็จะสามารถหาข้อมูลของเขาในระบบได้ แบบนี้ ตำรวจก็จะไม่พบความผิดปกติใดๆ ;”
“ถ้าหากเขาอยากจะนั่งเครื่องบิน เพียงแค่ตอนที่เขาซื้อตั๋วใช้เพียงแค่ชื่อและบัตรประจำตัวประชาชนที่ถูกต้อง ถือเพียงบัตรประชาชนก็สามารถเช็คอินขึ้นเครื่องได้อย่างราบรื่นแล้ว;”
“ถ้าหากเขาอยากจะออกนอกประเทศ นั่นก็ใช้ชื่อและพาสปอร์ตของเขาในการจองตั๋ว ถึงตอนนั้นใช้เพียงแค่พาสปอร์ตของเขาก็สามารถออกจากด่านไปได้อย่างราบรื่น ;”
“แต่ถ้าหากใครอยากจะเอาข้อมูลที่เขาเช็คอินเครื่องบินไปสืบข้อมูลในทางกลับกันนั้นก็จะไม่สามารถหาเจอ ถ้าหากคุณอยากจะค้นหาว่ามีคนชื่อเย่เฉินขึ้นเครื่องบินในประเทศหรือเปล่า แต่คุณรู้เพียงแค่ชื่อของเขา ข้อมูลของเขาก็จะไม่ปรากฏออกมาเช่นกัน”
คิ้วทั้งสองข้างที่เหมือนกับใบหลิวของหลินหว่านเออร์ขมวดเข้าหากันอยู่ตรงกลาง แสดงอาการที่ดูจริงจังและเป็นกังวลออกมา
ลังเลอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เธอก็เอ่ยถามผู้อาวุโสขึ้น : “ไม่ว่าคนที่ฉันต้องการจะหาเป็นแบบหนึ่งหรือแบบที่สอง จากตำแหน่งของคุณและกำลังคนของคุณแล้ว สามารถสืบหาข้อมูลเหล่านี้ที่ถูกซ่อนเอาไว้ได้หรือเปล่าคะ?”
ได้ยินหลินหว่านเออร์เอ่ยถาม ผู้อาวุโสเม้มปาก เอ่ยขึ้นอย่างทอดถอนใจ : “คุณหนู ความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้ ยังมีตรรกะพื้นฐานที่ยุ่งยากมากอีกอย่างหนึ่ง”
หลินหว่านเออร์คิดแล้วจึงเอ่ยถามขึ้น : “จะต้องมีคนที่มีสิทธิในการอ่านฐานข้อมูลทั้งหมดนี่ใช่ไหมคะ?”
ผู้อาวุโสหัวเราะออกมาอย่างทำตัวไม่ถูก : “คุณหนู คนที่มีสิทธินั้นมีน้อยมากๆ มือเดียวก็สามารถนับได้แล้ว อีกทั้งบุคคลเหล่านี้ ไม่มีทางที่จะยอมปล่อยข้อมูลให้กับคนที่ไม่มีสิทธิเป็นอันขาดอยู่แล้ว ดังนั้นทางนี้ผมไม่สามารถเดินไปได้”
“ฉันเข้าใจแล้ว” หลินหว่านเออร์พยักหน้าลง รู้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ข้อมูลจากมือของคนที่มีสิทธิในการอ่านฐานข้อมูล
ดังนั้นเธอจึงครุ่นคิดอยู่นาน แล้วจู่ๆก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามขึ้น : “ใช่สิ ถ้าหากคนๆนึงไม่ได้ถูกซ่อนสถานะเอาไว้มาตั้งแต่เกิด ถ้าอย่างนั้นข้อมูลก่อนที่เขาจะถูกซ่อนยังจะสามารถหาได้ไหมคะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...