หม่าหลันเห็นท่าทางขี้ขลาดของเซียวฉางควนก็รู้สึกโมโหขึ้นมา จึงต่อว่าอย่างเดือดดาล : "ฉันไม่สนใจหรอกว่าคุณจะขายหน้าแค่ไหนในเกาหลี จะปล่อยไก่เท่าไหร่ แต่คืนนี้คุณจะต้องเก็บกวาดห้องรับแขกนี้ให้สะอาดหมดจด ไร้ที่ติ เก็บกวาดไม่เสร็จก็ไม่ต้องนอน! ถ้าพรุ่งนี้ฉันตื่นขึ้นมา แล้วได้กลิ่นบุหรี่แม้แต่นิดเดียว ได้เห็นก้นบุหรี่แม้แต่ครึ่งมวน ฉันกับคุณได้เห็นดีกันแน่!"
เมื่อพูดจบ เธอก็ควบคุมวีลแชร์เข้าไปในลิฟต์ด้วยความโกรธ และกลับขึ้นไปบนห้องของตนเอง
เซียวชูหรันอดที่จะบ่นว่าไม่ได้ : "พ่อ คุณนี่มันจริงๆ เลย คุณอยู่สมาคมเขียนพู่กันจีนและภาพวาดก็แค่เป็นงานอดิเรกเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะทำผลงานแลกเปลี่ยนในต่างประเทศได้ไม่ดีก็ไม่ต้องกังวล ทำไมยังต้องทำตนเองให้ไม่มีชีวิตชีวาแบบนี้ด้วยล่ะ คุณรู้ไหมว่าการอยู่บ้านคนเดียวแล้วสูบบุหรี่จัด ดื่มเหล้ามากๆ แบบนี้ มันง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุนะ? พวกเราไม่ได้อยู่ข้างๆ หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจะทำอย่างไร? แม้กระทั่งคนจะเรียกรถพยาบาลให้คุณก็ไม่มี"
เซียวฉางควนพูดอย่างหดหู่ใจ : "คุณไม่เข้าใจหรอก ในใจฉันมันกลัดกลุ้มอย่างมาก ถ้าไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้ดื่มเหล้า ฉันก็คงเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว!"
เซียวชูหรันยังต้องการจะพูดอะไรอีก เวลานี้เย่เฉินจึงรีบกล่าวเตือนว่า : "ที่รัก แม่ขึ้นไปชั้นบนคนเดียว ขาและเท้าของเธอไม่สะดวก คุณไปดูหน่อยเถอะ ดูว่าเธอต้องการอะไรหรือเปล่า ช่วยดูแลเธอหน่อย ส่วนทางด้านพ่อนี้ฉันจะดูแลเองไม่ต้องห่วง"
เซียวชูหรันจึงได้สติกลับมา เมื่อนึกถึงแม่ที่ขาหักอยู่ ต้องนั่งวีลแชร์ จึงรีบกล่าวว่า : "อย่างนั้นฉันไปดูก่อนนะ คุณอยู่ดูแลพ่อที่นี่ก็แล้วกัน"
พูดจบ ยังกล่าวกับเซียวฉางควนอีกว่า : "พ่อคะ! ไม่ว่าอย่างไร ต่อจากนี้ไป คุณไม่ได้รับอนุญาตให้สูบบุหรี่ดื่มเหล้าอีกแล้ว"
เซียวฉางควนแสดงออกถึงความกลุ้มใจอย่างมาก อยากที่จะโต้เถียงลูกสาว แต่เขายังคงมองไปที่เย่เฉินที่อยู่ข้างๆ ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวว่า : "โอเคๆ ฉันรู้แล้ว คุณรีบไปดูแม่ของคุณเถอะ เกิดอะไรขึ้นกับแม่ของคุณ? อีกทั้งขายังหักอีกด้วย?"
"คือ......" เซียวชูหรันถอนหายใจ : "ตอนที่แม่เที่ยวอยู่ที่นครนิวยอร์ก ไม่ทันระวังจึงได้หกล้มลงไป และอาการบาดเจ็บเก่าก็เลยกำเริบขึ้น"
"ไร้สาระ" เซียวฉางควนเบ้ปาก และกล่าวหยามเหยียดว่า : "อาการบาดเจ็บเก่ากำเริบอะไรกัน ฉันว่าแม่ของคุณจะต้องไปผิดใจกับใครแน่ๆ ทำให้คนทุบตีมา ฉันจะไม่รู้จักแม่ของคุณได้ยังไง?"
เซียวฉางควนรีบอธิบายว่า : "ไม่ได้คบกัน ฉันยังไม่ได้หย่ากับแม่ของคุณนะ......"
เย่เฉินพูดอย่างจนใจ : "ไม่ได้คบกัน แล้วจะนับว่าอกหักได้ยังไงล่ะ?"
เซียวฉางควนดูเหมือนว่าจะรู้สึกเขินอาย ใบหน้าแดงก่ำอย่างรวดเร็วและโต้เถียงว่า : "เราสองคนมีกันและกันอยู่ในใจมาตลอด!"
"ตอนที่เธอกลับมา มีครั้งหนึ่งที่เธอกับพอลลูกชายของเธอมาทานข้าวที่บ้านเรา คุณจำได้ไหม!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...