หลิวเจียฮุยหัวเราะฮ่า ๆ : “แบบนี้สิถึงจะว่านอนสอนง่าย ! ทานข้าวเป็นเพื่อนคุณปู่ชิวกับคุณย่าชิวสักมื้อ หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็กลับมาไวหน่อย พ่อจะไปรับลูกที่สนามบิน”
หลิวม่านฉงตอบตามจิตใต้สำนึก : “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูมีรถขับไปสนามบิน ขับกลับไปเองก็พอแล้วค่ะ”
หลิวเจียฮุยพูดไปตามประสา : “ไม่เป็นไรหรอก พ่อให้อะเหมยช่วยขับรถกลับมาแล้ว ตกลงตามนี้แล้วกัน บ๊ายบาย”
ไม่ได้รอให้หลิวม่านฉงตอบ หลิวเจียฮุยก็วางสายไปแล้ว
แม้ว่าหลิวเจียฮุย แต่ก็รู้นิสัยนี้ของพ่อ หากว่าเขาตัดสินใจทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ตามก็จะคิดหาวิธีทำให้สำเร็จ ก็แค่ไปรับตัวเองที่สนามบินเท่านั้น ตัวเองไม่จำเป็นต้องขับไล่เกินไป
ครั้นแล้ว เธอก็เก็บมือถือ แล้วบอกกับพี่เสียน : “ขอโทษด้วยนะคะพี่เสียน เมื่อกี้ฉันเข้าใจพี่ผิดไป หวังว่าพี่จะไม่ถือสานะคะ”
พี่เสียนยิ้มบอก : “คุณหลิว เกรงใจกับฉันไปทำไมกันคะ”
ว่าแล้ว นิ้วของเธอก็ชี้ไปที่โรลส์รอยซ์คันหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วเอ่ยปากบอก : “รถอยู่ทางนั้น คุณหลิวเราไปกันเถอะค่ะ”
“โอเคค่ะ” หลิวม่านฉงพยักหน้า แล้วขึ้นโรลส์รอยซ์ตามพี่เสียนไป จากนั้นโรลส์รอยซ์ก็ขับไปที่โฮมสเตย์จื่อจิน
ระหว่างทาง หลิวม่านฉงเพิ่งมาถึงเมืองจินหลิงเหมือนกับหลินหว่านเอ๋อร์ เลยมองซ้ายแลขวาด้วยความแปลกใหม่
พี่เสียนที่นั่งข้างคนขับหันมามองหลิวม่านฉง แล้วยิ้มถาม : “คุณหลิวมาที่เมืองจินหลิงเป็นครั้งแรกสินะคะ ?”
“ใช่ค่ะ” หลิวม่านฉงพยักหน้าเล็กน้อย : “เมื่อก่อนไม่เคยมาเลยค่ะ”
ว่าแล้ว พี่เสียนก็บอกอีก : “หากว่าในอนาคตคุณมั่นใจว่าจะมาเติบโตที่เมืองจินหลิงจริง หากมีเรื่องอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือที่เมืองจินหลิง ติดต่อฉันได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”
ว่าแล้ว สองมือของเธอก็ยื่นนามบัตรมาใบหนึ่ง นามบัตรเรียบง่ายมาก มีเพียงอักษรสามตัวคือ หลี่ชูเสียน และมีเบอร์มือถือเพิ่มไว้ด้วย
“ขอบคุณค่ะ” หลิวม่านฉงรับนามบัตรไป แล้วพูดขอบคุณอย่างมีมารยาท จากนั้นถามเธอ : “จริงสิคะพี่เสียน หากว่ามั่นใจว่าจะอยู่เมืองจินหลิง วางแผนว่าจะซื้อห้องชุดหนึ่งที่ใกล้มหาวิทยาลัยเพื่ออยู่อาศัยประจำวัน คุณมีอะไรแนะนำไหมคะ ?”
พี่เสียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น : “คุณหลิวอยากหาห้องแบบไหนหรือคะ ? คฤหาสน์ หรือว่าแฟลตคะ ?”
“แฟลตค่ะ” หลิวม่านฉงพูดโดยไม่ต้องคิดเลย : “ฉันอยู่คฤหาสน์คนเดียวไม่ไหวหรอกค่ะ อพาร์ทเมนท์แฟลตที่ตกแต่งสวยงามดีที่สุด และไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก ทางที่ดีก็เป็นชั้นบนสูง ๆ หน่อย ไม่มีอะไรยังสามารถมองวิวดูได้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...