“ยกตัวอย่างเช่นมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เงินบริจาคที่มาจากสมาคมศิษย์เก่าในทุกปีนั้น ล้วนอยู่ในหลักพันล้าน เจ้าของกิจการที่แผ่นดินใหญ่จำนวนมากไปบริจาคเงินที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ล้วนเริ่มต้นที่สิบล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ลองมองที่มหาวิทยาลัยจินหลิงอีกที ภายใต้สถานการณ์ปกติ เงินบริจาคที่ได้รับจากศิษย์เก่าในทุกปี โดยเฉลี่ยแล้ว แม้กระทั่งหนึ่งในร้อยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็ไม่เคยมีเลย นี่ก็คือสาเหตุที่มหาวิทยาลัยแผ่นดินใหญ่อยากจะทำให้เป็นสากลเร็ว ๆ อย่างรีบร้อน และเนื่องจากสถานการณ์พิเศษของเกาะฮ่องกาง เกาะฮ่องกางมักจะเป็นทิศทางการพัฒนาของความเป็นสากลของมหาวิทยาลัยแผ่นดินใหญ่ด้วยค่ะ”
หลิวม่านฉงพูดด้วยความตกใจไม่หยุด : “พี่เสียนพี่รู้เยอะมากเลยจริง ๆ เรื่องพวกนี้ ฉันที่อยู่มหาวิทยาลัยฮ่องกางมาตั้งหลายปีขนาดนี้ก็ยังไม่เคยคิดเลยค่ะ……”
พี่เสียนพูดด้วยความถ่อมตน : “พวกนี้ที่ฉันรู้ล้วนเป็นเรื่องซุบซิบ หากว่าคนทั่วไปอยากรู้ จับตาดูและให้ความสนใจมากหน่อยก็ใช้ได้แล้วค่ะ เทียบกับหัวกะทิที่มุ่งมั่นทางด้านวิชาการอย่างคุณ ยังด้อยกว่าเยอะมากเลยค่ะ……”
ว่าแล้ว พี่เสียนก็พูดอีก : “หากว่ามหาวิทยาลัยจินหลิงรับดอกเตอร์ที่มาจากมหาวิทยาลัยฮ่องกางอย่างคุณ ไม่แน่ว่าในอนาคตคุณเองก็สามารถนำพวกทรัพยากรนักศึกษาจากเกาะฮ่องกางมาให้มหาวิทยาลัยจินหลิงไม่ทางตรงก็ทางอ้อมได้ค่ะ เดิมทีมหาวิทยาลัยจินหลิงก็ค่อนข้างให้ความสำคัญอยู่แล้ว เมื่อเอาสาเหตุพวกนี้มารวมกันแล้ว ฉันจึงกล้าบอกคุณว่าการสัมภาษณ์ในครั้งนี้คุณผ่านฉลุยอย่างแน่นอนค่ะ”
หลิวม่านฉงได้ยินถึงตรงนี้ ก็พยักหน้าอย่างคิดได้ในทันที
เนื่องจากไม่ค่อยได้ออกจากเกาะฮ่องกางมาโดยตลอด บวกกับตัวเองไม่ค่อยสนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง ดังนั้นหลิวม่านฉงเลยไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวที่พี่เสียนบอกมาสักเท่าไหร่นัก
เมื่อฟังคำพูดของเธอจบ ความเชื่อใจของหลิวม่านฉงเลยมากขึ้นหลายส่วนเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
……
ในเวลานี้
ณ โฮมสเตย์จื่อจิน
หลินหว่านเอ๋อร์กำลังฟังจักจั่นร้องอยู่ใต้ต้นไม้ในลาน
คราวนี้ชิวอิงซานจึงจะผลักประตูลานออกอย่างระมัดระวัง แล้วค่อย ๆ เดินเข้ามา
หลินหว่านเอ๋อร์มองดูเขา เห็นเขามีท่าทางโค้งตัวลง หอบไร้เสียง หน้าผากและแก้มล้วนเป็นหยาดเหงื่อ เลยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น : “เรื่องอะไรที่ยังจำเป็นต้องให้คุณมาที่นี่ด้วยตัวเองคะ ? บันไดหินสูงชัน ด้วยร่างกายของคุณในตอนนี้ ต้องระวังไว้หน่อยจะดีกว่านะคะ”
ชิวอิงซานกลืนน้ำลาย คราวนี้จึงจะพูดด้วยความกระหืดกระหอบและไร้เรี่ยวแรงอยู่หน่อย ๆ : “กระผม……กระผมมีเรื่องหนึ่ง ที่อยากรายงานคุณหนูต่อหน้าครับ……”
หลินหว่านเอ๋อร์ชี้ไปที่ม้านั่งไม้ไผ่ตัวเล็กที่อยู่ใต้ต้นไม้ แล้วเอ่ยปาก : “นั่งลงคุยเถอะ ได้ดื่มชาแก้วหนึ่งด้วยพอดีด้วยค่ะ”
ชิวอิงซานประหลาดใจเนื่องจากได้รับการเอ็นดู เลยรีบพยักหน้า จังหวะการก้าวเดินถึงขนาดที่ไวไปหลายก้าวเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...