ได้ยินหลินหว่านเอ๋อร์ยินดีไว้หน้า ชิวอิงซานย่อมดีใจไม่หยุด
เขารีบบอกกับหลินหว่านเอ๋อร์ : “คุณหนูครับ คาดว่าพวกเขาน่าจะมาถึงในอีกยี่สิบนาที หลังจากพวกเขามาถึงแล้ว คุณก็สามารถลงไปได้ครับ”
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า แล้วยิ้มบอก : “อยู่ต่อหน้าคนนอก อย่าลืมสถานะใหม่ของฉันล่ะคะ”
ชิวอิงซานพูดโดยไม่ต้องคิด : “ได้อยู่แล้วครับ ! คุณหนูวางใจได้เลยครับ”
ว่าแล้ว เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น แล้วเอ่ยบอก : “คุณหนูดื่มชาต่อไปนะครับ กระผมไม่รบกวนคุณแล้วครับ”
หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยปากบอก : “หาคนรับใช้ประคองคุณลงไปเถอะ เดี๋ยวจะเหนื่อยเอาค่ะ”
ชิวอิงซานตกใจเนื่องจากได้รับความเอ็นดูแล้วบอก : “ขอบคุณคุณหนูที่เป็นห่วงครับ กระผมเองไม่เป็นไรครับ การลงไปจะสบายกว่ามากครับ”
หลินหว่านเอ๋อร์เห็นเขายืนกราน เลยไม่ได้พูดมากอีก พยักหน้าบอก : “งั้นคุณลงไปก่อนเถอะค่ะ รถมาถึงแล้วฉันจะลงไปค่ะ”
“ได้ครับคุณหนู กระผมขอตัวก่อนนะครับ”
ชิวอิงซานพูดจบ ก็กำหมัดสองมือ แล้วโค้งตัวลงเล็กน้อยให้หลินหว่านเอ๋อร์ แล้วค่อย ๆ ออกไป
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ชอบการเข้าสังคมแต่ไหนแต่ไรมา หากว่าวันนี้ชิวอิงซานเพียงบังเอิญมีหลานสาวมาเป็นแขกเยี่ยมเยียน ต่อให้ชิวอิงซานมาเชิญเธอด้วยตัวเอง เธอก็จะไม่รับปากอย่างเด็ดขาดหรอก
สำหรับเธอแล้ว คบค้ากับคนแปลกหน้า ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงในการเปิดโปง อีกทั้งไม่มีความจำเป็นอะไรอีกด้วย
เธอยอมที่จะฟังเสียงจักจั่นร้องใต้ร่มไม้ ดีกว่าไปฟังคนแปลกหน้าพูดคุยกันอยู่หน้าโต๊ะอาหาร
แต่ว่า ตอนที่เธอได้ยินว่า หลานสาวของชิวอิงซานคนนี้ ถึงกับจะไปสัมภาษณ์เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยจินหลิง จิตใจของเธอก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมา
ยี่สิบนาทีต่อมา หลินหว่านเอ๋อร์ได้ยินเสียงดังจากยางล้อรถที่เกิดจากการเสียดสีของยางล้อรถบนถนน รวมทั้งเครื่องยนต์ของรถยนต์
โฮมสเตย์จื่อจินมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลหลายร้อยเมตร เสียงเครื่องยนต์ที่ได้ยินตรงนี้ เป็นระหว่างทางที่กำลังขึ้นเขาอย่างแน่นอน
ครั้นแล้ว เธอหยิบถ้วยชาขึ้นมา ดื่มน้ำชาในนั้นจนหมดเกลี้ยง แล้วสาวเท้าเดินลงจากบ้านของตัวเอง
หลิวม่านฉงในตอนนี้ ก็เพิ่งนั่งรถถึงประตูหน้าของโฮมสเตย์จื่อจิน
จะยังไงเธอก็นึกไม่ถึงเลยว่า ชิวอิงซานอยู่สถานที่แบบนี้ ที่ถึงกับมีโฮมสเตย์ที่กว้างใหญ่เช่นนี้
แม้ว่าบ้านใหญ่โตระดับท็อปของมหาเศรษฐีหลายคนที่เกาะฮ่องกางก็สร้างอยู่บนภูเขาด้วยเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีใครสักคนที่สามารถมีคฤหาสน์แต่ละหลังบนถนนชือซุนของภูเขาทั้งลูก เทียบกับโฮมสเตย์ที่เพลิดเพลินอยู่คนเดียวหลังนี้แล้ว แตกต่างกันราวฟ้ากับดินเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...