ต่อให้เขามีความสามารถหลบการลาดตระเวนของตำรวจได้ก็ตาม แต่ขอเพียงเขากล้าเข้าใกล้วิลล่าของมหาเศรษฐีที่เหนือชั้นพวกนั้น ก็จะมีปืนหลายสิบกระบอกเล็งไปที่เขาอย่างลับ ๆ ในทันที
สถานการณ์แบบนี้ยังอยากก่อคดีกราดยิง ช่างไร้สาระเหมือนความฝันเพ้อเจ้อของคนปัญญาอ่อน เขากลัวว่าไม่มีแม้กระทั่งโอกาสยิงปืนใส่ตัวเองด้วยซ้ำ
และความปลอดภัยของมหาเศรษฐีที่เหนือชั้นพวกนี้ เป็นสิ่งที่ประเทศอื่นให้ไม่ได้เลย เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปพกปืน คนมีสตางค์อยากหาบอดี้การ์ดถือปืนจำนวนหลายสิบกว่าคนมาปกป้องตัวเองอย่างใจป้ำ ช่างเป็นเหมือนคนปัญญาอ่อนที่เพ้อเจ้ออยู่เลยซะจริง ต่อให้ว่าจ้างบอดี้การ์ดในเวลาปกติ หากว่าพบเจอคนร้ายที่พกปืนก็เปล่าประโยชน์อยู่เหมือนกัน
ที่คุณชายตระกูลหลี่ถูกลักพาตัวที่เกาะฮ่องกางในตอนนั้น ก็เนื่องจากคนร้ายมีปืน แต่คุณชายตระกูลหลี่กับบอดี้การ์ดเขาไม่มี
หากว่าเรื่องแบบเดียวกันเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ขอเพียงให้งบประมาณที่เพียงพอกับบริษัทรักษาความปลอดภัย ระหว่างทางที่คุณชายกลับบ้าน พวกเขาก็สามารถคุ้มกันข้างกาย โดยมีคาดิลแลคกันกระสุนหลายคันที่พอที่จะเทียบได้กับรถหุ้มเกราะ รวมทั้งบอดี้การ์ดสิบกว่าคนที่ถือปืนไรเฟิลจู่โจม ก็คนร้ายอย่างอาเฉียง อะฮวนพวกนั้น เกรงว่ายังน้อยเกินไปสำหรับบอดี้การ์ดพวกนี้เลยด้วยซ้ำ
ดังนั้น หากว่าคนธรรมดาบอกว่าชีวิตที่สหรัฐอเมริกาไม่ปลอดภัยพอ นั่นเป็นความคิดที่แท้จริงของเขาแปดสิบเปอร์เซ็นต์เลย
แต่หากว่ามหาเศรษฐีเหนือชั้นคนหนึ่งพูดคำพูดแบบเดียวออกมา นั่นเป็นข้ออ้างของเขาอย่างแน่นอน ไม่ใช่ความคิดที่แท้จริงของเขาหรอก
ด้วยเหตุนี้เอง หลินหว่านเอ๋อร์สรุปได้ว่า การที่หลิวม่านฉงมาเมืองจินหลิง จะต้องมีสาเหตุอื่นอย่างแน่นอน
ตรรกะความคิดของหลินหว่านเอ๋อร์คือ ทุกเรื่องต้องดูความมีเหตุผลก่อน หากว่าเรื่องนี้ขัดกันกับสามัญสำนึก นั่นต้องไม่พ้นประโยคนี้อย่างแน่นอน : หากว่าเรื่องราวมีความผิดปกติ จะต้องมีลับลมคมในอย่างแน่นอน
ประโยคที่ดูเหมือนหยอกล้อของหลินหว่านเอ๋อร์นั่น ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ทิ่มโดนหัวใจข้างในของหลิวม่านฉง เธอตื่นตระหนกในทันที กลับพูดพร้อมกับรีบปิดบังเอาไว้ : “จะ……จะเป็นไปได้ยังไงกัน……ฉันไม่เคยมาเมืองจินหลิง และไม่มีคนคุ้นเคยอะไรที่นี่เลยด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนในใจเลย”
แม้ว่าหลิวม่านฉงรีบปิดบังเอาไว้ก็ตาม แต่เสี้ยวความลุกลี้ลุกลนนั่นที่อยู่ในสีหน้าของเธอ ก็ถูกหลินหว่านเอ๋อร์จับกุมเอาไว้อย่างแม่นยำแล้ว
ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ก็ทำให้หลินหว่านเอ๋อร์ยิ่งมั่นใจ ว่าการคาดการณ์ของตัวเองถูกต้องอย่างแน่นอน
เชื่อมกับสถานะของหลิวม่านฉงดู ผู้ชายที่สามารถทำให้คุณหนูผู้ร่ำรวยขนาดนี้ละความสำรวม จากเกาะฮ่องกางเพื่อมาตามหาที่เมืองจินหลิงได้ นอกเหนือจากเย่เฉินแล้ว จะมีใครได้ ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...