แต่ว่า หลินหว่านเอ๋อร์เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มาก รู้ว่าในเวลาแบบนี้แล้ว ในเมื่อหลิวม่านฉงลุกลี้ลุกลนแล้ว ตัวเองต้องบันยะบันยังได้แล้ว และขอยืมใช้ประโยคในตำราพิชัยสงครามก็คือ อย่าไล่ตามข้าศึกที่หมดทางสู้
ครั้นแล้วเธอจึงรีบเปลี่ยนประเด็นสนทนา พูดพร้อมกับยิ้มแต้ : “หนูเห็นว่าพี่ม่านฉงสวยขนาดนี้ เลยจงใจล้อพี่เล่นค่ะ !”
หลินหว่านเอ๋อร์ถอยทัพกะทันหัน ทำให้หลิวม่านฉงถอนหายใจโล่งอก อันที่จริงเธอก็ใจฝ่ออยู่หน่อย กลัวว่าจะถูกคนอื่นมองต้นสายปลายเหตุออกอยู่เหมือนกัน
สำหรับเธอแล้ว แม้ว่าตัวเองรักเย่เฉินมากก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามเย่เฉินเป็นผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว ต่อให้ตัวเองไล่ตามมาถึงเมืองจินหลิง ก็ไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ให้คนอื่นทราบได้อย่างเด็ดขาด การถูกคนอื่นเดาต้นสายปลายเหตุออกก็ไม่ได้อย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกัน
แต่ว่า เธอนึกไม่ถึงเลยว่า หลินหว่านเอ๋อร์กลับมาโจมตีผู้ที่ไล่ตามหลังอย่างกะทันหันในตอนนี้ เลยพูดเองเออเอง : “ฐานะทางบ้านของพี่ม่านฉงดีขนาดนั้น โดดเด่นขนาดนั้นอีก เกรงว่าจะเลือกหนุ่มรูปหล่อที่ไล่ตามพี่ที่เกาะฮ่องกางไม่ไหวหรอก แล้วจะมาชอบผู้ชายที่เมืองจินหลิงได้ยังไงกันคะ”
อุบายถอยเพื่อก้าวของหลินหว่านเอ๋อร์นี้ ประเดี๋ยวเดียวก็ทิ่มโดนความรักลึกซึ้งที่หลิวม่านฉงมีต่อเย่เฉินเข้า เธอแทบจะหลุดปากพูดโดยไม่ต้องคิดเลย : “ก็ไม่ได้เด็ดขาดขนาดนี้หรอก แม้ว่าเกาะฮ่องกางเจริญกว่าเมืองจินหลิงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่จำเป็นว่าผู้ชายเมืองจินหลิงจะด้อยกว่าเกาะฮ่องกางหรอกนะ”
ในสายตาของหลินหว่านเอ๋อร์ หลิวม่านฉงกำลังปกป้องเย่เฉินตามจิตใต้สำนึกอยู่
อันคำกล่าวที่ว่ารักเขาและยังรักคนของเขาด้วย ชอบใครคนหนึ่งเข้าด้วยใจจริง จะปกป้องทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขาโดยอัตโนมัติ ไม่เพียงแต่ไม่อนุญาตให้คนอื่นพูดถึงเขาไม่ดี ถึงขนาดที่ไม่อนุญาตให้คนอื่นบอกว่าเมืองที่เขาอาศัยอยู่ไม่ดีด้วย
ในตอนนี้หลิวม่านฉงมีความคิดแบบนี้ เธอคิดว่า หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ควรคิดว่าแต่ละด้านเกาะฮ่องกางเหนือกว่าเมืองจินหลิง เนื่องจากที่เกาะฮ่องกางหาผู้ชายที่เหมือนอย่างเย่เฉินไม่ได้หรอก ดังนั้นประเด็นนี้ ตัวเองต้องอธิบายจุดยืนให้ชัดแจ้ง
ว่าแล้ว เธอก็ถามอีก : “หนูชอบผู้ชายแบบไหนจ๊ะ ? ไว้เดี๋ยวย่าช่วยหนูหาให้ !”
หลิวม่านฉงรีบบอก : “ไม่ต้องหรอกค่ะคุณย่าชิว หนูว่าเรื่องพวกนี้ต้องให้ตัวเองค่อย ๆ เจอ หากว่าไม่เจอนั่นก็คือยังไม่ถึงคราวของพรหมลิขิต รออีกเดี๋ยวก็มีเองล่ะค่ะ”
นายหญิงใหญ่ชิวเห็นเธอมีท่าทีหนักแน่น เลยถอนหายใจเบา ๆ แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
พอผ่านมื้อเที่ยงไป หลิวม่านฉงนั่งอยู่ที่โฮมสเตย์จื่อจินพักหนึ่ง แล้วนั่งรถมุ่งไปสัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยจินหลิงโดยมีพี่เสียนไปเป็นเพื่อนด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...