ทานากะ โคอิจิส่ายหน้าแล้วกล่าว“คุณหนูของเราเธอชอบความสงบเงียบ วิลล่าที่เธอต้องการ หลายวันมานี้ผมไม่เจอที่เข้าตาเลย ที่นี่เองก็ขายหมดแล้ว ดังนั้นผมก็เลยสนใจห้องชุดชั้นบนสุดของพวกคุณ เพราะมันไม่มีเสียงดังรบกวนจากชั้นอื่นๆ”
“อย่างนี้นี่เอง……”หลังจากที่พนักงานขายครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก็จึงเอ่ยพูดขึ้นมา“เอาแบบนี้ คุณผู้ชาย คุณรอสักครู่ คุณผู้หญิงคนนั้นกำลังจะไปดูห้อง หากเธอดูเสร็จแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ฉันจะไปกดดันหัวหน้า ดูว่าจะย่นระยะเวลาการตัดสินใจของเธอให้สั้นลงได้ไหม หากวันนี้คุณชำระเงินเต็มจำนวนได้เลย และอีกฝ่ายก็ยังตัดสินใจไม่ได้สักที หรือไม่ยังไง ฉันจะถามหัวหน้าว่า ยกเว้นเงินค่าปรับนี้ได้ไหม เงินค่าปรับนี่ของเราก็ไม่ได้สูงมาก แค่10%ของเงินจอง ซึ่งก็คือจำนวนหนึ่งแสนเท่านั้น”
ทานากะ โคอิจิพูดอย่างไม่ต้องคิด“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไปรบกวนเลย ขายให้ผม เงินค่าปรับนี้ผมจ่ายเอง และผมยินดีที่จะจ่ายเป็นสองเท่า รับรองว่าให้ผู้หญิงคนนั้นพึงพอใจแน่นอน ”
พนักงานขายถึงกับตกตะลึง ในใจก็ยิ่งจะงุนงงมากขึ้นไปอีก“ลูกค้าสองคนที่มาวันนี้เป็นพระเจ้าหรืออะไรกัน คนหนึ่งไม่ดูห้องก็จะจ่ายเงินจองส่วนอีกคนก็ไม่ดูห้อง ไม่เพียงจะจอง อีกทั้งยังยอมที่จะจ่ายเงินค่าปรับให้กับคนแรกด้วย ขายบ้านมาหลายปี ไม่เคยเจอลูกค้าที่พูดง่ายอย่างนี้มาก่อน ครั้งนี้บทจะมาก็มาพร้อมกันเลยสองคน……”
คิดมาถึงตรงนี้ เธอก็พูดกับทานากะโคอิจิว่า“คุณผู้ชาย คือแบบนี้ หากคุณผู้หญิงท่านนั้นดูห้องเสร็จ แล้วตัดสินใจซื้อเลย เราจะไปละเมิดสัญญาไม่ได้แน่นอน……แบบนั้น หากแพร่ออกไปชื่อเสียงของเราก็จะเสียหายได้……”
“ทำได้แค่หากคุณผู้หญิงท่านนี้ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้สักที เราก็จะให้คุณสวมสิทธิ์ของเธอ แบบนี้ก็ยังจะพอสมเหตุสมผลบ้าง……หากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป คนส่วนใหญ่ก็ยังพอจะเข้าใจเราได้……”
“แต่เวลาแค่ไม่กี่สิบนาทีให้คุณผู้หญิงท่านนั้นดูห้องเรายังให้ไม่ได้ ก็ไล่ให้เธอออกไปเลย หากรู้ไปถึงไหนเราคงต้องถูกก่นด่าต่อว่าแน่นอน อีกทั้งก็อาจจะถูกหัวหน้าลงโทษด้วย ดังนั้นต้องรบกวนคุณช่วยรอสักครู่ ทุกอย่างต้องรอคุณผู้หญิงท่านนั้นดูห้องเสร็จแล้วถึงจะคุยกันต่อได้ ”
เมื่อทานากะ โคอิจิเห็นท่าทีที่หนักแน่นของอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไรอีก จึงพยักหน้ารับและพูดว่า“งั้นผมรอที่นี่แล้วกัน”
ทันทีที่พูดจบ ประตูห้องรับรองวีไอพีก็ถูกเปิดออก
หลิวม่านฉงที่ชำระเงินจองเรียบร้อย และเซ็นสัญญาการจองเสร็จ กับพี่เสียนและหัวหน้าฝ่ายขายคนนั้นก็พากันเดินออกมา
เมื่อหัวหน้าฝ่ายขายเห็นพนักงานสาวที่ต้อนรับทานากะ โคอิจิ ก็จึงเอ่ยปากพูดว่า“เถียนเถียน ให้ฝ่ายอำนวยความสะดวกเตรียมรถคันหนึ่ง ฉันจะพาลูกค้าสองท่านนี้ไปดูห้องที่ตึกหมายเลขหนึ่ง”
พนักงานสาวพยักหน้ารับ แล้วหันมองไปที่ทานากะ โคอิจิ อยากจะบอกเรื่องราวกับหัวหน้าของตัวเอง แต่เห็นว่าหลิวม่านฉงก็ยังอยู่ตรงหน้าด้วย ก็จึงกลืนคำพูดนั้นลงคอ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...