เธอกำลังจะไปโทรหาฝ่ายอำนวยความสะดวก แต่เมื่อทานากะ โคอิจิเห็นหลิวม่านฉง ก็เดินเข้าไปหา แล้วเอ่ยปากพูด“ สวัสดีครับคุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าคุณสนใจที่จะซื้อห้องชุดชั้นบนสุดนั้นไหมครับ?
หลิวม่านฉงมองไปที่อีกฝ่ายอย่างประหลาดใจและระแวดระวัง ขมวดคิ้วแล้วถาม“ทำไมคะ?มีอะไรหรือเปล่า?”
ทานากะ โคอิจิรีบพูดอธิบาย “คืออย่างนี้ครับคุณผู้หญิง ผมเองก็อยากซื้อห้องที่คุณสนใจเหมือนกัน พูดตามตรงผมร้อนใจอย่างมาก หากคุณสละสิทธิ์ยกห้องนี้ให้ผม ผมยินดีจะจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ์ให้คุณหนึ่งล้านครับ !”
ทันทีที่คำพูดของทานากะ โคอิจิหลุดออกมา ไม่เพียงแค่หลิวม่านฉงเท่านั้น พี่เสียนกับหัวหน้าฝ่ายขายที่อยู่ข้างๆก็ถึงกับต้องผงะไปด้วย
พวกเขาสามคนเข้าไปลงนามเซ็นสัญญากัน ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นหรือไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ
ไม่คิดว่าจะมีใครอีกคนโผล่มา และต้องการจะซื้อห้องเดียวกันนี้ด้วย
ความปรารถนาที่ต้องการจะซื้อของอีกฝ่ายนั้นแน่วแน่มาก ถึงขนาดยอมจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ์ให้หลิวม่านฉงถึงหนึ่งล้านหยวน!
ในขณะที่พี่เสียนตื่นตกใจนั้น ก็แอบกลัวด้วยเช่นกัน
เมื่อครู่ตัวเองก็ทำเรื่องที่ผิดพลาดเช่นเดียวกันกับหัวหน้าฝ่ายขาย คิดว่าเรื่องนี้คงไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง ต่อให้จะดูห้องเสร็จแล้วไม่มีปัญหาอะไรจากนั้นก็ค่อยมาทำเรื่องซื้อขายกัน ก็ไม่มีความเสี่ยงอะไร
นี่แหละที่เรียกว่าประสบการณ์เชิงประจักษ์
โชคดีที่หลิวม่านฉงเป็นคนรอบคอบ ไม่ยอมที่จะต้องตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงใดๆ ดังนั้นก็จึงขอจ่ายเงินจองล่วงหน้าก่อน
หากไม่ทำแบบนี้ เกรงว่าหลังจากที่พวกเขาไปดูห้องแล้วเสร็จกลับมา ตัดสินใจอยากจะซื้อมันแล้ว ก็เพิ่งจะมารู้ว่าห้องนี้ได้ถูกขายออกไปแล้ว ถึงตอนนั้น ต่อให้อยากจะตีอกชกหัวก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
หลิวม่านฉงในเวลานี้ ขมวดคิ้วแล้วจ้องมองทานากะ โคอิจิ พูดอย่างเด็ดขาด“ขออภัยด้วยคุณผู้ชายห้องนี้ฉันไม่คิดจะเปลี่ยนมือเลยแต่อย่างใด”
ทันทีที่ทานากะ โคอิจิได้ยิน หัวใจก็เย็นวาบ แต่เขาที่ยังไม่ถอดใจและเอ่ยถามเธอต่อ“คุณผู้หญิง คุณตัดสินใจจะซื้อห้องนี้จริงๆแล้วใช่ไหมครับ?ผมหมายถึง หากคุณยังมีความลังเลอยู่สัก1% ไม่สู้คุณปล่อยห้องนี้ให้ผม จากนั้นคุณก็รับเอาเงินหนึ่งล้านในการสละสิทธิ์นี้ไป ไปดูห้องที่ชั้นอื่น ไม่แน่อาจจะเจอที่ถูกใจกว่า ”
หลิวม่านฉงส่ายหน้าอย่างหนักแน่“ ขออภัยค่ะ ฉันตัดสินใจแล้ว อีกเดี๋ยวก็จะมาทำสัญญา คุณดูที่ตรงอื่นเถอะค่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...