บมที่ 525
“โอ้โห!”
พออู๋ซินได้ยินแบบนั้น ก็ถึงกับร้องออกมา พร้อมกับถามขึ้น : “ไม่นึกเลยว่าหงห้าจะกล้าสักคำนี้ลงบนหน้าผากลูกคนเดียวของหลิวกว่าง?แบบนี้มันก็เป็นความแค้นที่อยู่ร่วมชาติกันไม่ได้เลยนะ!”
“ใช่นะสิ “อู๋ตงไห่หัวเราะออกมา :” พ่อว่า สองคนพ่อลูกหลิวกว่างตอนนอนคงฝันว่าอยากฆ่าหงห้า จนแทบอยากจะฉีกเนื้อออกเป็นชิ้นๆ เลยล่ะ!”
พออู๋ซินฟังแบบนั้น ก็อดถามขึ้นไม่ได้: “พ่อ ในเมื่อท่านรู้ว่าทั้งสองคนบาดหมางกันอยู่ แล้วทำไมยังเชิญพวกเขามาร่วมงานอีก?”
อู๋ตงไห่หัวเราะ: “แกไม่คิดว่าหลิวกว่างจะเป็นหมากที่เราหลอกใช้ได้เหรอ?หมาที่อยากกัดคน แต่กลับไม่กล้าที่จะอ้าปากออกมา เพราะสิ่งที่เขาขาดก็คือคนที่คอยช่วยอยู่ข้างหลัง คนที่สามารถทำให้เขากล้าที่จะอ้าปากกัดคนได้”
อู๋ซินพูดขึ้น : “พ่อ ถ้าหากท่านคิดอยากจะหลอกใช้หลิวกว่างผู้นี้ แล้วทำไมท่านถึงได้จัดงานอยู่ที่เทียนเซียงฝู่?เพราะเขากับหงห้าไม่ถูกกัน แบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ยากขึ้นไม่ใช่เหรอ?”
อู๋ตงไห่หันไปมองอู๋ซินด้วยสายตาที่มีบางอย่างอยู่ภายใน: “หลิวกว่างกับหงห้าล้วนแต่เป็นหมา สิ่งเดียวที่ต่างกันก็คือ หลิวกว่างเป็นหมาที่ไม่มีนาย ส่วนหงห้านั้นมีตระกูลซ่งคอยให้ท้าย”
อู๋ซินพยักหน้า แล้วถามต่อ: “แล้วยังไง?พ่อ ทำแบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไร?”
อู๋ตงไห่พูดขึ้น: “แกต้องการแต่งกับซ่งหวั่นถิง แกก็ควรจะมีอำนาจในจินหลิง ตอนนี้พวกตระกูลผู้ดีในจินหลิงถึงจะไว้หน้าพวกเรา แต่ก็ไม่ได้มองว่าเราเป็นนาย แต่มองว่าตระกูลซ่งเป็นนาย ดังนั้น พวกเราจะต้องขยายอำนาจในจินหลิง”
เขาพูดต่อ : “อำนาจมีสองอย่าง แบบแรกคือด้านบน แบบที่สองคือด้านมืด ด้านบนนั้นก็คือพวกที่ไม่ใช่ตระกูลหลิวกับหงห้า ที่ทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย แต่ด้านมืดนั้น พวกเราไม่สามารถรับมือหงห้าได้ ดังนั้นจึงควรเลี้ยงหมาอีกตัวเอาไว้ต่อกรกับหงห้า ดังนั้น ตระกูลหลิวคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด”
อู๋ตงไห่หันไปมองอู๋ซิน แล้วพูดกำชับอย่างเข้มงวด: “ต่อไปแกจะเป็นคนรับตำแหน่งสือทอดตระกูลอู๋ ดังนั้นต้องพยายามรวบรวมอำนาจ ทำไมพ่อถึงเชิญหลิวกว่างมาที่เทียนเซียงฝู่งนะเหรอ?”
อู๋ตงไห่ยิ้มแล้วพูดขึ้น : “ตอนนี้แกก็เหมือนพ่อตอนหนุ่มๆ แล้ว สิ่งที่ต้องทำให้มากในตอนนี้คือสั่งสมความรู้ ความคิด และต้องนิ่งให้มากๆ อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป!”
อู๋ซินได้ฟังสิ่งที่เขาสอนแล้วจึงพูดขึ้น : “พ่อ ผมเข้าใจแล้ว!”
“อืม “อู๋ตงไห่พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วพูดขึ้น:” ดังนั้นก็กลับมาที่เรื่องของซ่งหวั่นถิง แกต้องอดทนให้มาก พยายามสงบสติ เหมือนการมอมเมา ให้ซ่งหวั่นถิงมาทางเราให้ได้!”
อู๋ซินทำสีหน้ามั่นใจ แล้วก้มหน้าพูดขึ้น: “พ่อ ผมเข้าใจแล้ว!ผมจะไม่มีทางทำให้พ่อผิดหวัง!”
พอเสียงจบลง รถก็มาถึงประตูทางเข้าเทียนเซียงฝู่พอดี
----------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...