เฉียนหงเย่นโมโหแทบบ้า กระทืบเท้าพลางด่าว่า : “แกไปเป็นนักสู้ผู้ต่อต้านกับแม่แกสิ! แกหม่าหลันมีนิสัยยังไง คนอื่นไม่รู้ แต่ฉันจะไม่รู้อย่างนั้นเหรอ?! คนทั้งโลกก็มีแกนี่แหล่ะที่เห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้! แกอิจฉาที่ฉันหาเงินได้ แกรู้สึกแย่! ก็เลยคิดหาวิธีมาทำลายฉัน! แกลงมาเดี๋ยวนี้เลย! ดูซิว่าฉันจะไม่ฆ่าคนสารเลวแบบแกได้ยังไง!”
หม่าหลันคว่ำหน้าอยู่ตรงราวระเบียง แอบถ่ายวิดีโอไปพลางเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง : “เฉียนหงเย่น ฉันหม่าหลันทำอะไรเปิดเผยมาตลอดชีวิต เดินในทางที่ถูกต้อง ทนไม่ได้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง! ต่อให้เธอเอามีดมาจ่อที่คอฉัน ฉันก็คงยังจะทำตามหน้าที่ รุดหน้าเปิดโปงเธออยู่ดี!”
เห็นว่าหม่าหลันทำลายตัวเองแล้วแต่กลับยังอวดดีไม่หยุด เฉียนหงเย่นก็ยิ่งตัวสั่นเทาด้วยความโมโห!
เธอชี้หน้าหม่าหลัน แล้วเงยหน้าขึ้นมาด่าว่า : “ชิบ แกจะไม่ลงมาใช่ไหม? แกไม่ลงมา ฉันจะขึ้นไปจับแกโยนลงมาจากระเบียงเอง! ไม่ฆ่าแก สาบานได้ว่าฉันคงไม่คนอีกแล้ว!”
ใบหน้าของหม่าหลับดูเหยียดหยาม : “โอ๊ะ เธอทำให้ฉันตกใจแล้วนะเฉียนหงเย่น นี่เธอเป็นนักประกาศที่ใจดำหาเงินได้แล้วก็ไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตาแล้วใช่ไหม? เธอรู้หรือเปล่า บุกรุกบ้านของคนอื่นต้องติดคุกนะ?! มีปัญญาเธอก็เข้ามาดูสิ ฉันจะโทรหาตำรวจเดี๋ยวนี้เลย!”
เฉียนหงเย่นได้ยินแล้ว การวางมาดอันใหญ่โตที่ดูอวดดีนั้นก็ลดลงไปโดยไม่รู้ตัว
เธอฉลาดกว่าหม่าหลัน รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ นอกจากตัวเองจะขยับปากด่าทอออกมาแล้ว ก็แทบจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย
อีกทั้งไม่ต้องพูดถึงการบุกรุกบ้านของคนอื่นนั้นผิดกฎหมาย เพราะเพียงแค่เย่เฉินลูกเขยของหม่าหลัน ตัวเองก็ไม่สามารถจะไปหาเรื่องได้อยู่แล้ว
เฉียนหงเย่นในเวลานี้ เหมือนกับหลี่หยุนหลงที่ไม่มีปืนผาหน้าไม้ จะมาทำลายความเงียบสงบของบ้านเมืองเพียงลำพัง มองประตูบานใหญ่ที่แข็งแรงของบ้านเย่เฉินแล้วก็ด่าไม่หยุดอย่างควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
หม่าหลันคว้ำหน้าอยู่บนราวระเบียง ถึงแม้ว่าเสียงด่าที่ระคายหูของเฉียนหงเย่นจะดังขึ้น แต่เธอเห็นท่าทางที่กระวนกระวายของเฉียนหงเย่นแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
เธอจึงไม่ได้รู้สึกโมโห และหยุดบันทึกวิดีโอเอาไว้ แล้วหยิบเอาเมล็ดแตงออกมาจากกระเป๋ากางเกงกำมือหนึ่ง แทะไปพลางโยนเปลือกลงไปด้านล่างระเบียงด้วย และมองเฉียนหงเย่นด้วยใบหน้าที่หยอกล้อ พลางแกว่งศีรษะแล้วเอ่ยขึ้น : “เฉียนหงเย่น ว่ากันตามความจริงแล้ว ฉันชอบดูท่าทางที่เธออยากจะฆ่าฉันแล้วทำอะไรฉันไม่ได้แบบนี้จริงๆ เหมือนกับหมาที่เอาแต่เห่าแต่ก็กินกระดูกไม่ได้แบบนั้น อย่าพูดเลยว่ามันน่าสนุกขนาดไหน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...