เวลานี้นายหญิงใหญ่เซียวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นตำรวจหามลูกชายและหลานชายของตัวเองออกมา ก็รีบเอ่ยถามขึ้น : “ฉางเฉียน ไห่หลง พวกแกสองคนทำอะไร? ตำรวจจับพวกแกไปทำไม?”
ตำรวจรีบอธิบาย : “คุณอย่าเข้าใจผิด พวกเราไม่ใช่ว่าจะจับพวกคุณสามคน แต่เป็นเพราะพวกคุณสามคนต้องสงสัยว่าเป็นพวกต้มตุ๋มหลอกลวง ดังนั้นจะต้องให้พวกคุณทั้งสามคนไปให้ความร่วมมือในการสอบสวนที่สถานีตำรวจด้วย”
ในใจของนายหญิงใหญ่เซียวรู้สึกตกใจขึ้นมาทันที รีบโบกมือแล้วเอ่ยขึ้น : “คุณตำรวจ เรื่องหลอกคนอื่นล้วนแต่เป็นลูกสะใภ้ของฉันคนนั้นเป็นคนทำทั้งนั้น ฉันไม่เคยทำนะ คุณอย่าเอาคนแก่ๆอย่างฉันเข้าไปอยู่ในคุกเชียวนะ”
นายหญิงใหญ่ที่เคยเข้าไปในคุก ไม่ได้รู้สึกคิดถึงกับสถานที่แบบนั้นเลย แต่กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเสียด้วยซ้ำ
เธอรู้ว่าเรื่องที่ลูกสะใภ้ตัวเองทำนั้นไม่ค่อยมีเกียรตินัก แม้กระทั่งอาจจะเป็นการทำผิดกฎหมาย ดังนั้นเธอคิดอยากจะรีบตัดความสัมพันธ์ไปตั้งแต่แรก ไม่อยากจะให้ตัวเองต้องเดือดร้อนไปด้วย
แต่ตำรวจยังคงเอ่ยพูดขึ้นด้วยความอดทน : “คุณอย่าเพิ่งตื่นตกใจไปเลยครับ พวกเราแค่เชิญคุณไปช่วยในการตรวจสอบ ไม่มีปัญหาอะไรก็จะส่งคุณกลับมา”
นายหญิงใหญ่เซียวเลี่ยงไม่ได้ จึงทำได้เพียงตามขึ้นรถตำรวจไปเท่านั้น
ไม่นานรถตำรวจไม่กี่คันนั้นก็ขับออกจากTomson Riviera แล้วมุ่งตรงไปยังสำนักทางหน่วยงานราชการอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ถึงแล้ว ครอบครัวของเฉียนหงเย่นทั้งสี่คนก็แยกถูกสอบปากคำกันเดี่ยวๆ เนื่องจากแรงกดดันในใจนั้นค่อนข้างแย่ ไม่นานทั้งสี่คนก็เล่าเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนจบออกมาตามลำดับ
ที่ทำให้ตำรวจคิดไม่ถึงเลยก็คือ เซียวฉางเฉียนและเซียวไห่หลงจะเป็นอัมพาตจริงๆ
ส่วนเซียวฉางเฉียน เซียวหลงไห่ และนายหญิงใหญ่เซียวถึงแม้ว่าช่วยทำเรื่องไม่ดี แต่เห็นแก่ที่ว่าสองพ่อลูกเป็นอัมพาตติดเตียงจริงๆ และนายหญิงใหญ่ที่อายุมากแล้ว ยังต้องดูแลลูกชายกับหลานชายด้วย ดังนั้นทั้งสามคนจึงพ้นจากการลงโทษ
ควบคุมตัวสิบวันสำหรับเฉียนหงเย่นแล้วนับว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้าย เธอแอบคิดในใจ : “ควบคุมตัวสิบวันก็ไม่เป็นไร เพียงแค่เงินของฉันไม่ยึดเอาไปด้วยก็พอ...”
แต่เธอเพิ่งจะคิดเช่นนี้ คนของทางสรรพากรก็มาหาเธอ พลางเอ่ยขึ้น : “เฉียนหงเย่น จากการตรวจสอบเป็นความจริง ว่าช่วงนี้บัตรบัญชีธนาคารของคุณมีเงินเข้าเกินสิบล้าน แต่คุณไม่จ่ายค่าภาษีเลย นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
เฉียนหงเย่นที่เป็นผู้ประกาศ รายได้ของการไลฟ์ขายของในแพลตฟอร์ม สามารถยื่นเบิกเงินสดจากทางแพลตฟอร์มได้โดยตรง แต่เงินก้อนนี้เป็นยอดก่อนภาษี จะต้องให้ทางผู้ประกาศยื่นภาษีด้วยตัวเอง
แต่เฉียนหงเย่นเนื่องจากไม่อยากจะเสียรายได้ก้อนใหญ่ไป จึงไม่เคยยื่นภาษีมาก่อนเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...