ตอนนี้ทางสรรพากรมาหาถึงที่แล้ว เธอเองก็ลนลานขึ้นมาทันที ทำได้เพียงรีบโกหก : “คุณก็เห็นสถานการณ์ของครอบครัวฉันแล้ว ในบ้านของฉันมีผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตนอนติดเตียงต้องดูแลอยู่สองคน และยังมีคนแก่ต้องดูแลด้วย ปกติแล้วก็ยุ่งวุ่นนจนหัวหมุน ไม่ได้สนใจ...”
พูดไปแล้วเธอก็มีความคิดขึ้นมา จึงรีบพูดเสริมให้ตัวเอง : “คุณเห็นเวลาที่ฉันไลฟ์ขายของความจริงแล้วก็ไม่ได้นานเท่าไหร่ รวมๆแล้วก็แค่เดือนเดียว ความจริงฉันคิดเอาไว้แล้วว่ารอให้ผ่านช่วงยุ่งๆไปสองสามวันนี้ก็จะรีบไปยื่นภาษี...”
เจ้าหน้าที่ของทางหน่วยงานสรรพากรรู้ว่าเธอจะต้องโกหกอย่างแน่นอน แต่ก็เหมือนกับอย่างที่เธอพูด ว่าการไลฟ์ขายของเธอเพิ่งจะผ่านไปเพียงแค่เดือนกว่าๆเท่านั้น ถ้าหากเธอบอกว่าเธอลืม หรือยุ่งเสียจนไม่ทันได้สนใจเรื่องการยื่นภาษี ทางหน่วยงานสรรพากรก็ไม่มีวิธีจะพิสูจน์ได้ว่าเธอตั้งใจจะเลี่ยงภาษี
ทางเจ้าหน้าที่จึงไว้หน้าเธอ : “สถานการณ์ของคุณเราเข้าใจได้ มีปัจจัยที่เป็นภววิสัยอยู่จริงๆ ดังนั้นพวกเราก็จะไม่ซักถามถึงการเลี่ยงภาษีว่ามีอยู่หรือเปล่า เพียงแค่คุณยื่นภาษีตามรายได้จริงของคุณก็พอ”
เฉียนหงเย่นเอ่ยถามขึ้นโดยจิตใต้สำนึก : “อัตราภาษีของพวกเราเท่าไหร่?”
เจ้าหน้าที่อธิบาย : “การไลฟ์ขายของแบบคุณอยู่ในค่าตอบแทนงานบริการ ค่าตอบแทนงานบริการจัดเป็นเงินได้รวมของประชาชน หลังจากที่ชำระแล้ว จะมีอัตราที่ใช้ในช่วง3%-45% สำหรับยอดเงินของคุณที่ถึงยอดสูงสุด จะใช้ในช่วง45%”
“หะ?” เฉียนหงเย่นหน้ามุ่ยขึ้นมาในทันที : “45%...นี่...นี่มันเยอะเกินไปแล้ว...”
เจ้าหน้าที่เอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง : “เฉียนหงเย่น ตามการจ่ายภาษีเงินได้ นี่คือหน้าที่ของประชาชนทุกคน อีกทั้งภาษีของเรา อยู่ในขอบเขตทั่วโลกไม่นับว่าสูง ทวีปยุโรปและประเทศญี่ปุ่นมีภาษีสูงสุดอยู่ที่ 50%ขึ้นไป สหรัฐอเมริกาเองก็45%!เหมือนกัน”
ส่วนเฉียนหงเย่นในเวลานี้ ก็เหมือนกับเพิ่งจะหลีกหนีกับอันตรายมาอย่างไรอย่างนั้น ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้สอบสวน แล้วถอนหายใจยาวๆออกมา
ตำรวจเห็นแล้ว จึงเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา : “เฉียนหงเย่น ผมจะบอกความในใจให้นะ คุณต้องขอบคุณหม่าหลันที่เปิดโปงคุณ วันนี้เปิดโปงคุณ ทำให้คุณได้กลับเนื้อกลับตัวใหม่ คุณถึงจะไม่ทำผิดขั้นร้ายแรง!”
เฉียนหงเย่นได้ยินคำพูดนี้แล้วในใจก็ไม่ยอม เธออดที่จะแอบคิดไม่ได้ : “หม่าหลันผู้หญิงสารเลวนั่น ตัดเส้นทางหาเงินของฉัน ยังคิดที่จะให้ฉันไปขอบคุณเธออีกงั้นหรือ? ฉันไม่หาโอกาสไปฆ่าเธอก็ทำผิดกับตัวเองแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...