อีกอย่าง อิโตะ นานาโกะทุ่มเทให้เย่เฉินมาโดยตลอด และเย่เฉินก็รวมทรัพยากรการขนส่งของตระกูลซู ก่อตั้งบริษัท นานาซูขนส่ง จำกัด อิโตะ นานาโกะไม่เพียงแต่นำทรัพยากรการขนส่งทั้งหมดของตระกูลอิโตะออกมา แต่ยังถือหุ้นของบริษัทนี้แทนเย่เฉินอย่างไม่ลังเล เย่เฉินก็หวังว่าจะพบโอกาสที่เหมาะสม ตอบแทนตระกูลอิโตะในเรื่องธุรกิจ
เดิมทีอิโตะ นานาโกะกังวลว่า ตัวเองมาจินหลิง จะทำให้เกิดความไม่สะดวกกับเย่เฉินหรือไม่ แต่ไม่คิดว่า เย่เฉินไม่เพียงแต่หวังว่าเธอจะอยู่ในจินหลิงระยะยาว แต่ยังหวังว่าตัวเองจะย้ายศูนย์ธุรกิจมา ทำให้ในใจเธอนั้นมีความสุขอย่างมากในทันที แผนการที่จะย้ายศูนย์ของธุรกิจมาที่จินหลิง ในที่สุดก็สามารถมีกำหนดการอย่างเป็นทางการได้
ดังนั้น เธอจึงไม่อาจซ่อนความยินดีไว้ในใจได้ พูดไปว่า:“ถ้าเย่เฉินซังยินดีต้อนรับ ครั้งนี้ฉันกลับไปจะเตรียมตัวอย่างดี”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม:“ผมต้อนรับอยู่แล้ว”
อิโตะ นานาโกะยิ้มหวาน พยักหน้าพูดว่า:“งั้นฉันก็จะวางแผนอย่างดีกับโอโต้ซัง ก็แค่อุตสาหกรรมและทีมขนาดใหญ่ อยากย้ายไปจินหลิงทีละขั้นตอน เกรงว่าจะใช้เวลาอย่างน้อยปีถึงสองปีถึงจะสำเร็จ ภารกิจแรกคือ เลือกสถานที่ในจินหลิง”
เย่เฉินพูดอย่างเฉยเมย:“ง่ายมาก ตี้เหากรุ๊ปมีทรัพย์สินมากมายใสนจินหลิง เมื่อก่อนทำงานประมูลยาอายุวัฒนะ ผมก็ให้ซ่งซื่อกรุ๊ปออกหน้า พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อย ถึงตอนนั้นตระกูลอิโตะสามารถเลือกจากคุณสมบัติเหล่านี้ได้เลย ถ้าไม่ชอบ สามารถใช้มันชั่วคราวได้ ในขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของจินหลิง ซื้อที่ดินและค่อย ๆ สร้าง”
อิโตะ นานาโกะรู้ว่าเย่เฉินทำเงินได้จำนวนมากจากงานประมูลยาอายุวัฒนะ และเงินส่วนมากใช้เพื่อการลงทุนและพัฒนาในจินหลิง ดังนั้นเธอจึงถามโดยไม่รู้ตัวว่า:“เย่เฉินซัง ปีหน้ายังจัดงานประมูลยาอายุวัฒนะไหม?ถ้ายาอายุวัฒนะยังจัดต่อไป จินหลิงจะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเข้ามาตั้งถิ่นฐาน และอาจมีการสร้างศูนย์การเงินแห่งใหม่ ผ่านยาอายุวัฒนะก็ได้!”
ดังนั้น สิ่งที่เย่เฉินตั้งใจในใจก็คือ ปล่อยงานประมูลไปก่อน รอตัวเองจัดการองค์กรพั่วชิง หรือองค์กรพั่วชิงไม่ใช่ศัตรูอาฆาตต่อตัวเองอีกต่อไป ค่อยเริ่มงานประมูลใหม่อีกครั้ง
ถึงแม้อิโตะ นานาโกะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับองค์กรพั่วชิง แต่เธอก็ฟังความระมัดระวังของเย่เฉินออก ดังนั้นเธอจึงพูดโดยไม่ต้องคิดเลยว่า:“ในเมื่อยังมีอันตราย งั้นยังไม่ต้องจัดก็ดี”
พูดไป อิโตะ นานาโกะก็นึกอะไรขึ้นได้ พูดว่า:“แต่ว่า ในเมื่อเย่เฉินซังกังวลเกี่ยวกับการเปิดโปง แต่ฉันกลับมีวิธี ไม่รู้ว่าจะได้ ……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...