ซูจือเฟยพูดต่อไปว่า:“เมื่อก่อนพี่ทำอะไรยืนหยัดไม่ได้ บางครั้งรู้สึกว่าสูบบุหรี่ทำให้การหายใจอึดอัดมาก อยากเลิกบุหรี่แต่ยืนหยัดได้แค่ตอนเช้า บางครั้งสมองอยากไปออกกำลังกาย แต่ทำได้สองวันก็จิตใจร้อนรุ่มอยากจะถอย บางครั้งก็อยากจะสงบสติอารมณ์เรียนรู้บางสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง แต่ไม่มีอะไรที่ทนได้จริง ๆ เลยในหลายปีนี้ ……”
พูดถึงเรื่องนี้ ซูจือเฟยก็ถอนใจ พูดด้วยอารมณ์ว่า:“ครั้งนี้แสวงบุญทำให้พี่เข้าใจเหตุผลหนึ่ง ที่จริงอยากยืนหยัดต่อไปนั้นไม่ยากอะไร ที่ยากคือสองสามวันแรกที่เริ่ม แค่สองสามวันแรกที่เริ่มนั้นเรายืนหยัดต่อไป ต่อมาก็ไม่ยากแล้ว การคุกเข่าเดินทุกวัน ฟังดูอาจไม่เป็นที่ยอมรับนัก แต่หลังจากสองสามวันแรกพี่ก็ค่อย ๆ ชิน และก็เลิกบุหรี่ได้ด้วย ยืนหยัดโดยไม่ได้ว่อกแว่กทุกวัน สภาพร่างกาย สภาพจิตใจทั้งหมดก็ดีขึ้นมาก รู้สึกว่าชีวิตตัวเองเป็นธรรมชาติสุด ๆ และละเอียดลึกซึ้งอย่างไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นพี่จึงรู้สึกขอบคุณคุณเย่มากเสมอ ถึงพูดไปจะฟังดูปลอม แต่ก็พูดจากใจจริง เขาเปลี่ยนจิตวิญญาณของพี่ไปแล้ว”
ซูจือหยูตกตะลึง
เธอไม่เคยนึกฝันมาก่อนเลยว่า พี่ชายจอมขี้เกียจไม่เอาไหนของตัวเองนี้ หลังจากถูกทรมานมาครึ่งปี จะกลับเนื้อกลับตัวได้
ชายหนุ่มผู้ไม่เป็นงาน เย่อหยิ่งจองหองจะหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วย ชายหนุ่มผู้ถ่อมตนและเด็ดเดี่ยว
ทำให้หัวใจของเธอที่ยังเศร้าเล็กน้อย จู่ ๆ ก็รู้สึกโล่งใจและมีความสุขขึ้นมา!
ย่านเมืองเก่าจินหลิง
บ้านที่เย่เฉินเคยอยู่กับพ่อแม่ตอนเด็ก ๆ ตอนนี้กลายเป็นบ้านใหม่แล้ว
เย่ฉางอิง ก็เป็นคนแบบนี้ แม้ว่าจะมีลูกไม้เด็ด แต่ก็จะใช้ทั้งความเมตตาและอำนาจอย่างแน่นอน เขาจะไม่ปล่อยให้ศัตรูไป และแน่นอนว่าไม่เอาศัตรูถึงตาย จะไว้ชีวิตสำหรับศัตรูแน่นอน
ลูกชายต้องไปวัดต้าจาวเป็นทางไกล และหลีกเลี่ยงไม่ได้กับอันตรายที่ต้องกินและนอนในที่โล่ง แต่เพราะความเข้าใจที่มีต่อเย่ฉางอิง ดังนั้นเธอจึงเชื่อมั่นว่า เย่เฉินจะต้องให้ลูกชายของตัวเองกลับมามีชีวิตอย่างแน่นอน
และเธอก็เดาไม่ผิดจริง ๆ แม้ว่าตอนนั้นเย่เฉินจะให้ซูจือเฟยไปแสวงบุญที่วัดต้าจาว อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ไม่ถนอมน้ำใจ แต่เขาก็ยังบอกให้คนตระกูลเย่ ปกป้องเขาอย่างลับ ๆ
และมีอีกสิ่งหนึ่งที่เธอเดาถูก นั่นคือตอนที่เธอได้ยินจากลูกสาวของเธอว่า อยากขอให้เย่เฉินยอมให้พี่ชายกลับมาร่วมงานแต่งของพ่อ เธอเชื่อทันทีว่า เย่เฉินจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...