ซูจือเฟยพูดอย่างจริงจังว่า:“แม่ครับ เมื่อต้นเดือนที่แล้ว ผมเจอสามีภรรยาคู่หนึ่งบนถนน พวกเขาเหมือนผมเลย จะไปแสวงบุญที่วัดต้าจาว แต่พวกเขาเร็วกว่าผม ดังนั้นเราเลยเดินทางไปด้วยกันสั้น ๆ แค่สองวัน ผมก็ตามพวกเขาไม่ทันแล้ว สาเหตุที่สามีภรรยาคู่นี้ไปแสวงบุญ ก็เพื่อขอพรให้ลูกชายที่เสียชีวิตด้วยโรคลูคีเมีย ชาติหน้ากลับมาเกิดใหม่อย่างดี ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป ผมได้ยินพวกเขาพูดถึงความเจ็บปวดก่อนที่ลูกชายของเขาได้รับก่อนเสียชีวิต ในใจก็รู้สึกแย่มาก ดังนั้นจึงอยากไว้ผม แล้วอีกสามปีค่อยโกนผมทิ้ง เพื่อทำวิกผมให้กับเด็กที่เสียผมไปเพราะทำคีโม และก็เพื่อเป็นการฝึกร่างกาย เพื่อให้ตัวเองช่วยเหลือผู้อื่นอย่างดีที่สุด……”
เบ้าตาของตู้ไห่ชิงเต็มไปด้วยน้ำตาทันที เธอไม่คิดจริง ๆ ว่า ลูกชายของตัวเองนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ เธอเลี้ยงดูลูกชายคนนี้มา 20 กว่าปี เคยคิดว่าลูกชายของตัวเองอาจไม่ประสบความสำเร็จเลยตลอดชีวิต และก็เคยคิดว่าเขาอาจลงสนามในโลกธุรกิจ และประสบความสำเร็จในอาชีพการงานได้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าลูกชายของตัวเอง จะสามารถพูดแบบนี้ ในชีวิตนี้ได้
ซูจือหยูที่ยืนอยู่หน้าประตู เวลานี้ก็น้ำตาไหลเช่นกัน
ดังนั้น เธอเลยพูดว่า:“พี่คะ ไม่งั้นหนูบริจาคเงิน ตั้งกองทุนการกุศลในชื่อของพี่ ช่วยเหลือเด็กที่เป็นลูคีเมียโดยเฉพาะ……”
ซูจือเฟยหันมามองเธอ ยิ้มแล้วพูดว่า:“จือหยู เธอทำความดีได้แน่นอนอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องใช้ชื่อพี่ล่ะ พี่รับไม่ได้”
พูดไป เขาก็ถอนหายใจอีกครั้ง:“รอพี่ถึงวัดต้าจาว ไถ่บาปเสร็จสิ้นแล้ว พี่จะพยายามอย่างเต็มที่ ทำอะไรเพื่อพวกเขาเอง”
ซูจือหยูอดไม่ได้ที่จะถาม:“พี่ พี่ไปถึงวัดต้าจาว เกรงว่าจะต้องใช้เวลาอีกเป็นปีเลยมั้ง?”
ซูจือเฟยยิ้ม:“ถ้าผมทำได้เร็วกว่าวันก่อนทีละนิด บางทีอาจจะไปถึงภายในแปดเดือนก็ได้!”
“แปดเดือน?”
แต่เขาที่ยืนอยู่หน้าอ่างอาบน้ำ มองดูน้ำอุ่นใสข้างใน ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบเสื้อผ้าสกปรกของตัวเอง ไปที่ห้องอาบน้ำด้านข้าง
เขาวางเสื้อผ้าที่สกปรกลงบนพื้นก่อน จากนั้นจึงเปิดฝักบัว ล้างเสื้อผ้าที่สกปรก จากนั้นจึงเริ่มชำระล้างสิ่งสกปรกบนร่างกายทีละนิด
และซูจือหยูกับตู้ไห่ชิงผู้เป็นแม่ เวลานี้ก็มาถึงร้านอาหาร แม่กับลูกสาวมองหน้ากัน มองเห็นแววตาที่ซับซ้อนของกันและกัน
หลังจากเงียบสักพัก ซูจือหยูก็พูดก่อนว่า:“แม่……พี่เปลี่ยนไปมากในช่วงครึ่งปีนี้……คำพูดมากมายที่ออกมาจากปากเขา ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาเป็นเขาจริง ๆ ราวกับมีวิญญาณอื่นมาสิงร่างของเขาเสียอย่างนั้น……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...