แม้ว่าเขาและทั้งสองคนจะดื่มสาเกไปมากกับ แต่โชคดีที่มีปราณทิพย์ติดตัว ก่อนเดินทาง จึงใช้ปราณทิพย์ชำระล้างแอลกอฮอล์จนหมด แล้วขับรถไปที่คฤหาสน์เก่าของตัวเองตอนนั้น
ตู้ไห่ชิง และซูจือเฟย กับซูจือหยูในเวลานี้ ได้รับประทานอาหารกลางวันแล้ว ซูจือเฟยเปลี่ยนเป็นชุดสะอาด โกนหนวดและมัดผมยาวประบ่าขึ้นมา ก็ดูเงียบขรึมและคล่องแคล่วขึ้นเยอะ
ซูจือหยูนั่งอยู่บนโซฟา จับตาดูความเคลื่อนไหวที่ลานนอกบ้าน หวังว่าจะเห็นทันทีที่เย่เฉินมาถึง
ตอนที่รถบีเอ็มของเย่เฉินค่อย ๆ ขับมาจอดที่ลานบ้าน ซูจือหยูดีใจทันที รีบพูดกับแม่และพี่ชายว่า:“คุณเย่มาแล้ว!”
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้น และวิ่งไปที่ประตู
ตู้ไห่ชิงและซูจือเฟยก็ลุกตาม เดินตามออกมาจากด้านหลัง
ตอนที่เย่เฉินลงจากรถ สามคนแม่ลูกก็เดินมาที่หน้าประตูนำโดยลูกสาวและแม่กับลูกชายสองคนอยู่ด้านหลัง
ซูจือหยูเปิดประตูเหล็กทรงโบราณ ท่าทางเขินอายเล็กน้อย พูดไปอย่างให้เกียรติว่า:“คุณเย่มาแล้วเหรอคะ!”
ซูจือเฟยพูดอย่างให้เกียรติเป็นอย่างมากว่า:“คุณเย่……”
ตู้ไห่ชิงไม่ได้สงวนท่าทีเหมือนพวกเขาสองคน เธอเหมือนเห็นลูกของเพื่อนสนิท และพูดอย่างใส่ใจว่า:“เย่เฉินมาแล้วเหรอ เข้ามาในบ้านสิ!”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย พูดด้วยความเคารพ:“สวัสดีครับน้าตู้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างครับ?”
ตู้ไห่ชิงยิ้มไปพูดไปว่า:“น่าสบายดีมาก บรรยากาศที่จินหลิงสบายสุด ๆ และช่วงนี้ก็ไม่เรื่องเยอะเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ดังนั้นจึงสบายมาก”
ผ่านไปสักพัก เย่เฉินดึงความคิดกลับมาก่อนน้ำตาจะไหล กลั้นน้ำตากลับไป พูดกับตู้ไห่ชิงด้วยรอยยิ้มว่า:“น้าตู้เก็บบ้านหลังนี้ คงจะเหนื่อยไม่น้อยนะครับ…”
ตู้ไห่ชิงพยักหน้ายิ้ม และพูดว่า:“ใช่เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกดี”
พูดไป ตู้ไห่ชิงก็ชี้ไปที่โซฟาหนังแบบโบราณตรงนั้น แล้วพูดกับเย่เฉินว่า:“นั่งพักสักหน่อยสิ!”
“ครับ!”เย่เฉินพยักหน้า นั่งลงแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ:“น้าตู้ โซฟาตัวนี้เหมือนกับโซฟาที่ผมมีตอนเด็ก ๆ เลย……ตอนนี้ยังหาซื้อโซฟาสไตล์นี้ได้อยู่เหรอครับ?”
ตู้ไห่ชิงยิ้ม:“ตอนที่พวกเรายังเด็ก โซฟาหนังโดยทั่วไปจะเป็นแบบนี้ นอกจากโซฟาที่นำเข้าจากยุโรปและอเมริกา จะดูเกินจริงไปหน่อย แต่ตอนนี้หาซื้อโซฟาแบบนี้ไม่ได้แล้ว น้าจ้างคนทำด้วยมือโดยเฉพาะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...