“อ๋า?!”ซูจือหยูก็ยิ่งดูไม่เข้าใจ:“ทำไมต้องส่งพี่กลับไปอีกล่ะ?”
ซูจือเฟยพูดว่า:“พวกเขาคิดว่าผมหมดสติอยู่ตลอด และไม่รู้อะไรเลย ดังนั้นพวกเขาจึงคุยกันในรถว่า จะส่งผมกลับที่บ้านไร่ แล้วก็ใช้ปืนจี้สามีภรรยาคู่นั้นให้ดูแลผมอย่างดีจนกว่าจะหายดี พอผมไปแล้วแล้วค่อยจัดการสามีภรรยาคู่นั้น แต่พวกเขาไม่รู้ว่า ผมได้ยินบทสนทนาทั้งหมด”
พูดไป ซูจือเฟยก็มองไปที่เย่เฉิน พูดอย่างขอบคุณว่า:“คุณเย่ สองคนนั้นคุยกันในรถว่า จะรายงานเรื่องนี้ให้ผู้จัดการทั่วไปเฉินแห่งโรงแรมป๋ายจินฮ่านกงหรือไม่ แต่ทั้งสองก็คิดอีกว่าเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ต่อไปผมอาจจะประสบเจออีก แค่รับประกันความปลอดภัยของผมได้ ก็ไม่จำเป็นต้องรายงาน ดังนั้นตอนนั้นผมจึงรู้ว่า คุณส่งคนมาคุ้มครองผมอยู่ตลอด……”
จากนั้น ซูจือเฟยก็คุกเข่าลงกับพื้นทันที โขกหัวคำนับด้วยความเคารพ พูดอย่างสำนึกบุญคุณว่า:“ขอบคุณคุณเย่ที่ช่วยผมหลายครั้ง ผมจะไม่มีวันลืม!”
เย่เฉินเอื้อมมือไปประคองเขา และพูดอย่างใจเย็นว่า:“สำหรับเรื่องนี้ คุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณผม คุณคือลูกชายของน้าตู้ พี่ชายของคุณหนูซู และคุณไม่ได้ทำผิดชั่วร้าย ดังนั้นด้วยอารมณ์และเหตุผลแล้ว ผมคร่าชีวิตคุณไม่ได้ และเพราะแบบนี้ ผมถึงให้คุณไปแสวงบุญ ความตั้งใจเดิม คืออยากให้คุณไปฝึกฝนอย่างหนัก”
“แม้ผมจะไม่เคยคุกเข่าแสวงบุญ แต่ตั้งแต่แปดขวบ จนถึงยี่สิบเจ็ด ซึ่งเกือบจะยี่สิบปีมานี้ ผมก็ประสบกับความยากลำบากต่าง ๆ ความลำบากเหล่านี้สำหรับผมแล้ว เป็นการฝึกฝนอย่างหนักเช่นกัน”
“การฝึกฝนอย่างหนักสามารถเอาชนะคน ๆ หนึ่ง ขัดเกลาเจตจำนงของคน ๆ หนึ่ง และเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณของคน ๆ หนึ่งได้ ไม่ว่าคุณจะเคยอยู่ดีกินดี เย่อหยิ่งยโส หรือหิวโหย หรือดูถูกตัวเอง ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโดยการกลับเนื้อกลับตัว จากการฝึกฝนอย่างหนักได้”
“หากคุณทำพวกนี้ได้ ก็จะเป็นผลดี ต่อตัวคุณ และครอบครัวของคุณ”
ซูจือเฟยก็รู้ว่า เย่เฉินให้คนปกป้องตัวเอง ไม่ใช่เพราะเมตตากับตัวเองนัก แต่เห็นแก่แม่และน้องสาว
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังรู้สึกขอบคุณเย่เฉิน ขอบคุณเขาที่ปลุกตัวเองออกมาจากคนก่อน
ดังนั้น เขาจึงพูดกับเย่เฉินอย่างสำนึกผิดว่า:“คุณเย่ ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร ผมก็ยังขอบคุณสำหรับการคิดค้นใหม่ของคุณ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...