เย่เฉินพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย: "คุณต้องคิดให้รอบคอบ ต่อไปมันจะยากยิ่งขึ้นคุณจะเข้าสู่หุบเขาพื้นที่สูง และดินแดนที่ไร้ผู้คน หรือกระทั่งปีนข้ามเขาความสูงหลายพันไมค์ ตัวคุณจะไม่ล้อมรอบด้วยเมืองที่ทันสมัยใหม่อีกต่อไปแต่จะถูกแทนที่ด้วยโลกดั้งเดิมที่แทบไม่มีการปรับแต่งใดๆ ซึ่งสภาพแวดล้อมนั้นอันตรายและล้อมรอบด้วยสัตว์ป่า และมีความเป็นไปได้สูงที่สภาพแวดล้อมของเขาสูงอาจฆ่าคุณได้"
ซูจือเฟย พยักหน้าและพูดอย่างแน่วแน่: "ฉันรู้ว่าหนทางข้างหน้าจะยากลำบากมากแต่ฉันต้องการทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ อย่าล้มเลิกกลางคัน... บอกตามตรงว่าก่อนหน้านั้นฉันไม่มีศรัทธาและความยำเกรงมาก่อน แต่ด้วยประสบการณ์ไม่กี่เดือนนี้ ในใจฉันมีความศรัทธาในตนเอง และความศรัทธานี้ไม่ใช่เรื่องศาสนาแต่เป็นความเพียรที่จะไปสู่เป้าหมาย ฉันหวังว่าตัวเองจะมีความแน่วแน่ไม่ท้อถอยและเดินบนเส้นทางแสวงบุญนี้ให้สำเร็จ ถ้าฉันยอมแพ้ตอนนี้ต่อไปคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว..."
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ซูจือเฟยด้วยความชื่นชม
เขาสามารถพูดคำเหล่านี้ออกมาได้ เวลาหกเดือนที่ผ่านมาซูจือเฟยไม่ได้เสียเปล่า
ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและพูดว่า "ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้วฉันจะไม่พูดอะไรมาก หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ระหว่างทางหากรู้สึกกดดันและลำบากสามารถถอนตัวได้ตลอดเวลา ฉันจะไม่โทษคุณและไม่ห้ามคุณ”
ซูจือเฟยกุมมือแล้วพูดว่า "ครับคุณเย่ ฉันเข้าใจแล้ว!"
เย่เฉินพูดอีกครั้ง: "อย่างไรก็ตามหากคุณไม่คิดจะถอนตัวจากการเดินทางต่อจากนี้ เช่นนั้นจะไม่ให้โอกาสคุณล้มเลิกกลางคัน คุณต้องเดินไปให้สุด เมื่อคุณไปถึงวัดต้าจาวฉันจะจัดเครื่องบินไปรับ”
"ตกลง!"ซูจือเฟยพูดโดยไม่ลังเล: "คุณเย่ไม่ต้องเปนห่วง ฉันจะไปถึงวัดต้าจาวอย่างแน่นอน!"
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ไม่แล้ว ไว้วันหลัง "
พูดจบเขาก็ลุกเดินออกไป
ตู้ไห่ชิงพาลูกทั้งสองไปส่งเย่เฉินที่หน้าบ้าน หลังจากที่เขาขึ้นรถแล้ว เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วหันกลับมาพูดกับซูจือเฟยว่า "จือเฟย ดูเหมือนว่าลูกจะผ่านการทดสอบของเย่เฉินแล้ว!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...