“บททดสอบ?” ซูจือเฟยมองแม่ด้วยความสงสัยแล้วถามว่า“แม่หมายความว่าอย่างไร”
ตู้ไห่ชิงพูดอย่างจริงจัง: "จุดประสงค์หลักที่ เย่เฉิน มาที่นี่ในวันนี้คือเพื่อถามคำถามนั้นกับลูก เพื่อดูว่าลูกจะใช้โอกาสนี้เพื่อถอนตัวจากการแสวงบุญหรือไม่"
ซูจือเฟย ถามแม่: "แล้วคุณเย่คิดจะทดสอบอะไรผม? ทดสอบว่าผมจริงใจหรือไม่?"
"ประมาณนั้น!" ตู้ไห่ชิงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วอธิบาย: "ลักษณะนิสัยของเย่เฉินคล้ายกับพ่อของเขามาก แม้ว่าแม่จะไม่รู้จักเย่เฉินดี แต่แม่รู้จักเย่ฉางอิงเย่ ซึ่งเขาแตกต่างจากผู้นำส่วนใหญ่ เงื่อนไขการเลือกคนของเขาไม่ได้ดูที่ความสามารถหรือภูมิหลังแต่ดูที่คุณธรรม”
หลังจากเงียบไปสักพักตู้ไห่ชิงกล่าวต่อ: "ในสายตาของเขา ไม่ว่าคนๆหนึ่งจะมีความสามารถมากเพียงใด แต่หากคนๆ นั้นไม่มีคุณธรรม เขาจะไม่เข้าใกล้และยิ่งไม่มีทางเอาเข้าไปในกิจการของเขา"
“แต่ตอนนี้หลายคนไม่สนใจเรื่องนี้ จุดเริ่มต้นของเจ้านายหลายคนไม่ได้มีเจตนาดี พวกเขาเพียงต้องการบีบเอาความสามารถและคุณค่าของอีกฝ่ายหนึ่งออกมาแล้วทิ้งมันไปตามต้องการ ดังนั้นเมื่อพวกเขาเลือกใช้คนจึงมองที่ความสามารถเป็นอันดับแรกไม่ใช่ดูเรื่องคุณธรรม แต่คนเหล่านี้ก็เหมือนดาบสองคมแม้จะสร้างมูลค่าได้ในช่วงเวลาสั้นๆ คนสองคนที่มีเจตนาร้ายและต้องการเอาชนะ จะสร้างชัยชนะร่วมกันได้อย่างไร? ดังนั้นในระยะยาวสถานการณ์แบบนี้จะต้องสร้างผลเสียมากกว่าผลดี และด้วยเหตุนี้เงื่อนไขแรกของเย่ฉางอิงในการเลือกคนจึงต้องผ่านด่านทดสอบคุณธรรม "
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ตู้ไห่ชิงพูดต่อ: "เย่เฉิน ต้องมีเจตนาบางอย่างที่ให้เหออิงซิ่วสั่งกักบริเวณพ่อพวกแก แค่ซูโสว่เต้าคิดได้และบรรลุตามมาตรฐานบททดสอบของเย่เฉิน เย่เฉินก็จะให้อิสระแก่เขา ไม่เชื่อพวกแกก็รอดู หลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งในวันที่8เขาจะได้อิสรภาพกลับคืนมา”
ซูจือเฟยเงียบไปครู่หนึ่งและทันใดนั้นก็พูดเสียงดัง: "แม่ ผมเข้าใจความหมายของคุณเย่แล้ว... เขาต้องการให้ผมแบ่งเบาภาระให้จือหยูอย่างสบายใจและปราศจากสิ่งรบกวน แต่ก่อนอื่นคือเขาต้องรู้สึกว่าได้ว่าประพฤติกรรมของผมดีขึ้นกว่าก่อนแล้ว ถ้าผมยังคงเป็นคนเดิมที่สามารถแปรพักตร์ได้อยู่ตลอดเพื่อผลประโยชน์ เขาจะไม่ให้ผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลซูอย่างแน่นอน”
ตู้ไห่ชิงพยักหน้าแล้วพูดว่า: "ถูกต้อง ตามนั้น ฉะนั้นลูกห้ามมีความคิดอื่นใดหากลูกทำให้เขาผิดหวังอีกครั้ง เขาอาจไม่ให้โอกาสลูกอีก"
ซูจือเฟยพูดโดยไม่ลังเล: "แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ลูกไม่ใช่คนเดิมที่ต้องการสืบทอดตระกูลซูแล้ว แสวงบุญในช่วงเวลานี้ทำให้ผมเข้าใจว่าชีวิตนี้ไม่ควรทำให้ญาติพี่น้องผิดหวัง ในอนาคตหากมีส่วนไหนที่จือหยูต้องการผมจะทำให้ดีที่สุด ถ้าเธอไม่ต้องการผมผมก็จะไม่ต่อสู้เพื่อแย่งทรัพย์สินของตระกูลซู แค่เงินในบัญชีของผมก็มากพอที่ผมจะใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลไปตลอดชีวิต”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...