ซูเฟิงเฉิงจับมือตัวเองแล้วถอนหายใจยาว: "เป็นความโชคดีของตระกูลซูที่มีจือหยูและรั่วหลี ... "
พูดจบเขาก็มองไปที่เหออิงซิ่วซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับแล้วพูดด้วยสีหน้าความละอายใจ: "อิงซิ่ว ฉันรู้สึกละอายใจจริงๆที่ตอนนั้นทิ้งรั่วหลีเพื่อตระกูลซู ฉันหวังว่าเธอสองแม่ลูกจะไม่เกลียดฉัน...”
เหออิงซิ่วหันมาและพูดอย่างจริงจัง: "ลุงซู ตอนนั้นฉันรู้ว่าเรื่องรั่วหลีลุงก็มีเหตุผล อีกอย่างเรื่องนี้จะโทษลุงคนเดียวไม่ได้ โสว่เต้าก็มีส่วนกับเรื่องนี้ด้วย ถ้าตอนนั้นเขาไม่ให้รั่วหลีสังหารอย่างโหดเหี้ยมในญี่ปุ่นและกวาดล้างตระกูลมัตสีโมโตะทั้งครอบครัว ก็คงไม่บีบให้รั่วหลีอยู่ในสถานณ์เช่นนี้..."
ซูเฟิงเฉิงถอนหายใจแล้วถามเธอ: "อิงซิ่วตอนนี้รั่วหลีอยู่ที่ไหน ฉันกลับมาคราวนี้อยากจะขอโทษเธอเป็นการส่วนตัว!"
ซูโสว่เต้ารีบแย่งตอบ: "รั่วหลีกำลังเตรียมสถานที่แต่งงานอยู่ที่โรงแรม เดี๋ยวพอจะได้พบเธอ"
"ตกลง..." ซูเฉิงเฟิงพยักหน้าและถามอีกครั้ง: "งานแต่งของลูกเย่เฉินให้จือเฟยกลับมาหรือไม่"
"กลับมาแล้ว" ซูโสว่เต้าตอบ "จือเฟยก็เพิ่งกลับมาจินหลิงเหมือนกัน แต่ผมยังไม่เจอเขาเลย เขากับไห่ชิงไปหาจือหยูก่อน"
"อ่อ ใช่" ซูเฟิงเฉิงพูดอย่างนึกขึ้นได้: "เกือบลืมไปว่าไห่ชิงก็อยู่ในจินหลิงด้วย ... "
ขณะที่พูดสีหน้าของเขาก็ยิ่งละอายใจมากขึ้นแล้วพูดด้วยเสียงต่ำ: "ตอนนั้นฉันเกือบจะฆ่าไห่ชิงและยังจะฆ่าจือหยูด้วน ฉันรู้สึกผิดต่อสองแม่ลูกคู่นี้ตลอดมา ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อขอโทษชิงไห่ที่บ้านหรือไม่ แกช่วยถามให้ฉันหน่อย..."
"สักขีพยาน?" ซูโสว่เต้าพูดว่า: "เราไม่ได้เชิญสักขีพยาน และงานแต่งในครั้งนี้นอกจากครอบครัวของเราและครอบครัวของอิงซิ่วแล้วก็ไม่มีคนนอก เราอยากจะจัดแบบว่ายๆ รั่วหลีได้เชิญพิธีกรชายที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งจากเย่นจิงมาเป็นแขกรับเชิญในพิธี ส่วนเรื่องสักขีพยานเราไม่ได้คิด"
ซูเฟิงเฉิงพยักหน้าแล้วพูดอย่างจริงจัง: "แกสองคนหาเวลาว่างไปเชิญเย่เฉินหน่อย ดูว่าเขายินดีจะมาเป็นสักขีพยานในงานแต่งของแกทั้งสองหรือไม่"
“เย่เฉิน?” ซูโสว่เต้าพูดด้วยความลำบากใจ: “พ่อครับ ผมไม่มีควาเห็นใดๆเกี่ยวกับเย่เฉิน แต่คนอื่นเชิญสักขีพยานในงานแต่งงานก็มักจะเชิญผู้อาวุโสหรือหัวหน้า จะเชิญรุ่นน้องมาเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานได้อย่างไร ... "
"รุ่นน้อง?" ซูเฉิงเฟิงยิ้มและถามเขากลับ: "โส่วเต้า ด้วยสถานะของเราตอนนี้ยังมีสิทธิ์พูดเรื่องความอาวุโสกับเย่เฉินอีกหรือ ?แม้ว่าเขาควรจะเรียกแกว่าลุง แต่นั่นเป็นเพราะว่าแกหัวสูงไปเอง!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...