เย่เฉินเป็นคนมีการศึกษา เขารู้ว่าทุกสิ่งในโลกต้องเป็นไปตามวัฏจักรของฟิสิกส์และกฎอนุรักษ์พลังงานเป็นหนึ่งในนั้น
หลักการพื้นฐานของกฎการอนุรักษ์พลังงานคือพลังงานจะไม่ถูกสร้างขึ้นจากอากาศ แต่จะไม่หายไปด้วยอากาศเช่นกัน
หากคุณเทียบปราณทิพย์เหมือนพลังงานไฟฟ้าและวงแหวนวงนี้กับแบตเตอรี่ จะเห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติ
โดยปกติแล้วแบตเตอรี่ที่มีขนาดเท่ากันก็ถ่านกระดุมทั่วไปขฌ ปริมาณพลังงานที่สามารถเก็บได้นั้นน้อยมาก แค่กี่ร้อยmAhก็ถึงจุดสูงสุดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่สมัยนี้แล้ว
แต่วงแหวนนี้เหมือนกับถ่านกระดุมซึ่งถูกชาร์จด้วยพลังงานไฟฟ้าหลายพันหรือหลายหมื่นกิโลวัตต์-ชั่วโมง!
เพราะฉะนั้นนี่คือคำถาม
ตามกฎของการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานจำนวนมหาศาลเช่นนี้จะไม่มีวันหายไปอย่างสูญเปล่า ดังนั้นจึงต้องถูกแหวนวงนี้จัดเก็บหรือเปลี่ยนรูปโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง
แต่ว่ามันทำได้อย่างไร? มันเก็บพลังงานทั้งหมดนี้ไว้ที่ไหน?
แม้ว่าตอนนี้เย่เฉินยังไม่เข้าใจปัญหาสองข้อนี้ แต่เขาเข้าใจเรื่องหนึ่ง นั่นคือวงแหวนนี้สามารถกลืนปราณทิพย์ที่ทรงพลังเช่นนี้ได้ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันไม่ใช่ของธรรมดาย่างแน่นอน และยังเหนือความคาดหมายของเย่เฉินอีกด้วย
อาวุธที่ประหลาดเช่นนี้ เขาไม่สามารถไขความลับของมันได้ในขณะที่มันอยู่ไว้ในมือของเขา แน่นอนว่าเย่เฉินรู้สึกลำบากใจอย่างมาก
เย่เฉินพยายามส่งปราณทิพย์เข้าไปให้มันอีกครั้ง แต่ปฏิกิริยาของมันยังเหมือนเดิม รับปราณทิพย์ของเขาไปทั้งหมด โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่มีการตอบสนองใดๆ
ยิ่งเป็นเช่นนั้นเย่เฉินยิ่งรู้สึกสงสัยกับสิ่งนี้มากขึ้น
แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าปล่อยปราณทิพย์ลงไปในแหวนอย่างไม่เกรงกลัวอีกแล้วหญ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงถือแหวนและมองดูซ้ำๆ พยายามค้นหาความลึกลับของแหวนวงนี้
เขาคิดว่าเรื่องนี้ในเมื่อซูโสว่เต้าขอร้อง ถึงจะไม่เห็นแก่เขาก็ควรเห็นแก่คนอื่น อย่างไรเสียก็ต้องเห็นแก่สองพี่น้องอย่างซูจือหยูและซูรั่วหลี อีกทั้งงานแต่งนี้ไม่มีคนอื่นนอกจากคนของตระกูลซู ตระกูลเหอและตระกูลอิโตะ
ซูโสว่เต้าเดิมทีที่คิดว่าเย่เฉินอาจไม่ตกลงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากได้ยินคำตอบของเย่เฉิน ขอบคุณเขาเป็นพันครั้งแล้วค่อยวางสาย
เย่เฉินวางโทรศัพท์ไว้ข้างๆแล้วหันมามองแหวนเขาอดไม่ได้และพึมพำว่า: "เจ้าเพื่อนยาก แกหลอกเอาปราณทิพย์ของฉันไปตั้งมากมายไม่ขอบคุณสักคำและไม่มีการตอบสนองใดๆ แกบอกฉันได้ไหมว่าครั้งที่แล้วทำไมจู่ๆแกถึงเคลื่อนไหวที่มหาลัยจินหลิงและTomson Riviera หรือว่าสถานที่สองแห่งนี้ทำให้แกสัมผัสอะไรบางอย่าง? "
หลังจากพึมพำอยู่ครู่หนึ่งแหวนก็ไม่การเคลื่อนไหวใดๆ
เย่เฉินนึกอะไรได้แล้วพูดว่า:บภ "ถ้าฉันพาแกกลับไปที่เก่า แกจะตอบสนองเหมือนเดิมได้ไหม"
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ดวงตาของเย่เฉินก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขาไม่พูดอะไรมากใส่แหวนเข้าไปในกระเป๋าและขับรถไปที่มหาวิทยาลัยจินหลิงทันที!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...